ทางด้านบน พลันเกิดฝนตกหนักขึ้น ในน ้าฝนยังมีไอสีดำเขียวเจือปน เห็นได้ชัดว่าสามารถกลืนกินม่านพลังป้องกันของสำนักชางอู๋ได้โฮก!สัตว์ร้ายรูปร่างประหลาดไม่น้อยพากันมุ่งมายังกำแพงเมืองกระทั่งผู้คนทั้งเมืองยังสามารถได้ยินเสียงโจมตีดุดันของสัตว์ร้ายได้อย่างชัดเจนนี่ทำให้ปราชาชนของเมืองชางอู๋ที่เคยผ่านการโจมตีอันแข็งแกร่งของสำนักคุนอู๋มาก่อนล้วนพากันหลบอยู่ที่บ้านตนเองด้วยร่างสั่นเทาต่างพาคาดหวังว่าภัยพิบัติครั้งนี้จะผ่านพ้นไปได้เหมือนอย่างครั้งก่อนแต่ว่า…เจ้าลัทธิเซิ่งเหลียนที่เห็นว่าเหล่าทัพร่างแปลงสัตว์ไม่อาจโจมตีสำนักชางอู๋ได้ก็เหยียบขยี้ไม่เท้าอาคมของตน คำรามเสียงต ่าว่า“อาวุโสทุกท่าน! ช่วยข้าเชิญสุสานจิ่วหลี!”“ขอรับ! ประมุข”เหล่าผู้อาวุโสของลัทธิเซิ่งเหลียนก็พอมองออกว่าสำนักชางอู๋นั้นยากโจมตีย่อมต้องรับคำช่วยเหลือเต็มที่
ผู้แข็งแกร่งทั้งสิบสามของลัทธิเซิ่งเหลียนรวมทั้งเจ้าลัทธิเองรวมกลุ่มกันกลายเป็นค่ายกลประหลาด เริ่มส่งเสียงสวดมนต์โบราณไปทางท้องฟ้า“พวกเขากำลังทำอะไรน่ะ?” หัวหน้าทหารไม่เข้าใจดวงตาของจ่านเลี่ยงซานเบิกกลมราวกับตาวัวแสดงท่าทางเข้าใจออกมา “ร้องไห้หาพ่อแม่กระมังเพราะอย่างไรก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้อยู่แล้วนี่”“พรืด!” หัวหน้าทหารที่กำลังเคร่งเครียดอดหัวเราะออกมาไม่ได้“หัวเราะอะไร! ตั้งสติหน่อย! ไม่อาจให้สัตว์ร้ายเข้าเมืองมาทำร้ายชาวบ้านได้!” จ่านเลี่ยงซานตะโกนกำชับ ในใจกำลังเฝ้า