็จขึ้นมาเล่า?”ผู้อาวุโสสำนักเนี่ยผานกำลังจะเอ่ยว่าได้ก็เห็นว่ารอบกายของชือปี้เหลียนบนเวทีพลันระเบิดออกเป็นแสงสีดำแปลกประหลาด
อีกทั้งท่ามกลางแสงสีดำนั้นยังมีเงาคนวูบวาบไปมาอีกด้วย? นี่มัน…“ปราณแค้นจิ่วหลี!” แววตาของจวินอั้นเทียนขรึมลงจำได้ในทันทีว่าพลังรอบกายของชือปี้เหลียนนั้นคือปราณแค้นมหึมาของเผ่าจิ่วหลีจากสุสานจิ่วหลีปีนั้นทัพใหญ่นับล้านของจิ่วหลีถูกเหล่าบรรพชนของต้าซย่าจากต้าฮวงตะวันออกเข่นฆ่าสังหารจนกลายเป็นสุสานจิ่วหลีที่เต็มไปด้วยความคับแค้น หลังจากต้าซย่าสถานปนาแคว้นก็ไม่ใช่ไม่เคยคิดอยากจัดการภัยซ่อนเร้นนี้แต่จนใจที่พลาดช่วงเวลาชำระล้างที่ยอดเยี่ยมที่สุดไปแล้ว สุสานจิ่วหลีจึงไม่อาจชำระล้างได้อีกต่อไปเพราะภายในสุสานจิ่วหลีนั้นได้สร้าง ‘โลกอีกใบ’ ขึ้น ด้านในเต็มไปด้วยปราณแค้นเข้มข้นกลายเป็น ‘กำแพงธรรมชาติ’ ที่ป้องกันคนภายนอกและภูติผีด้านในเอาไว้หลังจากผู้ฝึกฌานเข้าไปลมปราณจะแตกซ่านจนตาย ภูตผีด้านในเองก็ไม่อาจออกมาได้ มิเช่นนั้นจะถูกแสงอาทิตย์ร้อนแรงแผดเผาจนสลายไปกลายเป็นจุดสมดุลขึ้นมาพอดี ต้าซย่าจึงไม่มีผู้ใดทุ่มเทพลังเพื่อกำจัดวิญญาณแค้นในสุสานแต่ตอนนี้ชือปี้เหลียนกลับโยกย้ายปราณแค้นมาใช้ได้ นี่ทำให้จวินอั้นเทียนอดสงสัยไม่ได้ว่าเผ่าจิ่วหลีอาจจะคิดกบฏและได้หาขุมกำลังเพื่อมาสนับสนุนตนเองนั่นก็คือ…สุสานจิ่วหลี!
หากเป็นเช่นนี้…“!”จวินอั้นเทียนมองไปทางตี้ซีอ๋องและหยวนคังฮ่องเต้ที