งสาวข้าปากนี่ก็ไม่ต้องเอาแล้ว”“เจ้าบังอาจ!” ชือปี้เหลียนที่เอ่ยด่าได้ไม่ชัดรอบกายพลันระเบิดเพลิงปทุมร้อนแรง พลังป้องกันของกายเนื้อแข็งแกร่งถึงขั้นปฐมภูมิแต่น่าเสียดาย…เพี๊ยะ!จากฝ่ามือกลายเป็นกรงเล็บฉีกเพลิงปทุมออกและตบเข้าที่ปากของชือปี้เหลียนอย่างแม่นยำจนนางเลือดกบปาก ฟันนับไม่ถ้วนถูกพ่นออกมาพร้อมกับเลือด“บ้าเอ๊ย!”“รวดเร็วและแม่นยำมาก!”
“ร้ายกาจ! ไม่รักหยกถนอมบุปผาเลยนะนั่น!” ผู้แข็งแกร่งรอบด้านล้วนถูกกระบวนท่าการตบของเยี่ยนจื่อเสาทำให้ต้องเลื่อมใสอีกฝ่ายไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องอื่น เพียงแค่เรื่องความเร็วและพลังโจมตีนี้ก็สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่าความแข็งแกร่งของกายเนื้อเขานั้นไม่ด้อยไปกว่าเยี่ยนจื่อเยี่ยเลย!“บุตรทั้งสามของประมุขเยี่ยนนี่ยอดจริง!” ตี๋อูหวนพูดไปก็หันไปถามผู้อาวุโสข้างกาย “เฟิ่งเอ๋อร์สำนักเราได้หมั้นหมายกับใครแล้วหรือยังนะ”“หา?” ผู้อาวุโสสำนักเนี่ยผานตามจังหวะความคิดของเจ้าสำนักไม่ทัน ยังคงไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องพูดถึงเรื่องนี้ตี๋อูหวนก็เอ่ยเตือนด้วยความทดท้อว่า “ข้าได้ยินมาว่า คุณชายทั้งสองของตระกูลเยี่ยนยังไม่มีสัญญาหมั้นหมาย!”“อ๋อ!? อ้อ! อ้อๆ มี ไม่สิ! ไม่มี เฟิ่งเอ๋อร์ยังไม่ได้หมั้นหมาย เจ้าสำนักหมายความว่าพวกเราจะดองกับสำนักชางอู๋อย่างนั้นหรือ?” ในที่สุดผู้อาวุโสของสำนักเนี่ยผานก็เข้าใจอะไรขึ้นมาแล้วตี๋อูหวนพยักหน้าเอ่ย “ลองดูได้ อย่างไรเสียก็ยังไม่มีสัญญาหมั้นเกิดสำเร