า…“แค่ก!”หลังจากที่โหวเผยเฉิงอัญเชิญวิญญาณออกมาสำเร็จ เขาก็นั่งขัดสมาธิลงพลางกระอักเลือดออกมา เขาจึงรีบทานยาตามลงไปดูท่าสำหรับเขาแล้วการอัญเชิญวิญญาณครั้งนี้คงสูญเสียพลังไปไม่น้อยแต่ในขณะเดียวกัน…โฮก!อสูรร้ายฉงฉีปรากฏตัวแล้ว รูปร่างเหมือนเสือดุร้าย แต่กลับมีปีกกระดูกสีแดงฉานคู่หนึ่ง ราวกับเพิ่งปีนป่ายออกมาจากบ่อโลหิต กลิ่นคาวเลือดฟุ้งกระจายไปทั่ว ทำเอาทุกคนตะลึงงันเม่ยเอ๋อร์ไม่พอใจ นางจ้องโหวเผยเฉิงเขม็งอึก เยี่ยนจื่อเสารู้สึกประหม่า “พี่ใหญ่ไหวหรือไม่”
เยี่ยนจื่อเยี่ย ไหวหรือไม่ทุกคนก็กำลังคิดเช่นนี้เช่นกัน หลายๆ คนกระทั่งตั้งตารอให้เยี่ยนจื่อเยี่ยอัญเชิญวิญญาณอสูรออกมาเช่นกัน แต่เขาไม่ได้ทำเช่นนั้น เขายังคงสงบนิ่งไม่ไหวติงราวกับต้นสนตั้งแต่ที่ขึ้นมายืนบนเวทีทำให้หลายๆ คนคาดเดาไปต่างๆ นานาว่า “หรือว่าคุณชายใหญ่เยี่ยนจะต่อสู่กับอสูรวิญญาณร้ายฉงฉีนี้ด้วยพลังของตนเอง”“คงไม่ใช่หรอก นี่มันเป็นวิญญาณอสูรในตำนานเชียวนะ เว้นเสียว่าเขาอยู่ระดับขั้นถอดจิตแล้ว!”“นั่นมันอสูรในตำนานทั่วไป แต่นี่เป็นถึงอสูรร้ายฉงฉีเชียวนะเกรงว่าแม้แต่วรยุทธ์ขั้นถอดจิต มันก็ฆ่าได้! นี่มัน…”ผู้คนไม่น้อยต่างคิดว่าเยี่ยนจื่อเยี่ยประมาทเกินไปแล้ว แต่เนื่องจากเขาเป็นศิษย์สำนักศึกษา และยังเป็นศิษย์รักของอีอิ่นจึงอดคิดไม่ได้ว่าหรือว่าเขามีความสามารถเช่นนั้นจริงๆโฮก!ไม่ว่าผู้คนรอบตัวจะคิดอย่างไร อสูรร้ายฉงฉีก็คำรามใส่เย