พ้ดีกว่า”“ก็ดีเหมือนกันนี่ สำนักเราได้มาเจ็ดคะแนนแล้ว” เยี่ยนจื่อเยี่ยคิดว่าก็ไม่เลวเท่าไรนักเยี่ยนจื่อเสาครุ่นคิดครู่หนึ่งก็เห็นด้วย แต่ก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย“แล้วจะทำอย่างไรหากต่อจากนี้ไม่มีสำนักใดท้าสำนักเราเลย”“ข้าจำได้ว่าหากไม่มีผู้ใดกล้าท้า สำนักเราก็จะได้อันดับหนึ่งไปโดยปริยาย ถือว่าเป็นข้อยกเว้นไป ครั้งที่แล้วสำนักคุนอู๋ก็เป็นเช่นนี้”จ่านเผิงกล่าว“มีกฎข้อนี้ด้วยหรือ” เยี่ยนจื่อเสาไม่เคยรู้
“มี” เยี่ยนจื่อเยี่ยพยักหน้า “แต่เนื่องจากไม่ค่อยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ติ้งซีอ๋องจึงไม่ได้ชี้แจงเป็นการเฉพาะ แต่หากหลังจากนี้ไม่มีสำนักใดท้าสำนักเรา ติ้งซีอ๋องจะย ้าเตือนเอง”“แล้วคนที่พี่เม่ยเอ๋อร์ท้าเป็นนักอัญเชิญศักดิ์สิทธิ์หรือว่าวรยุทธ์เจ้าคะ” ชุ่ยชุ่ยถาม “หากเป็นวรยุทธ์ทั้งสองคงเสียเปรียบแย่เลย พี่เม่ยเอ๋อร์หลอมยาไม่เป็นด้วย”“จริงด้วย” เยี่ยนจื่อเยี่ยคิดขึ้นได้ จึงรีบถามว่า “เม่ยเอ๋อร์ เจ้าไม่ได้บอกว่าเจ้าขอท้านักหลอมโอสถ!”เม่ยเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นก็ถามว่า “แก้ได้หรือไม่”ติ้งซีอ๋องกระแอมขึ้นเล็กน้อย กล่าวว่า “แก้มิได้แล้ว แต่ในเมื่อลัทธิเซิ่งเหลียนส่งศิษย์นักหลอมโอสถออกมา ฉะนั้นรอบแรกเจ้าจะได้หนึ่งคะแนน”ชือปี้เหลียนอยากจะกระอักเลือด ทำไมนางถึงส่งนักหลอมโอสถออกไปนะ นี่มันให้คะแนนสำนักชางอู๋ไปเสียเปล่าชัดๆ!สำนักชิงเหลียนรีบเอ่ยอย่างรู้งานว่า “สำนักข้าตั้งใจจะส่งผู้ฝึกสัตว์อสูรออกไป เท่ากับ