ว่าครั้งนี้สำนักชางอู๋ได้หนึ่งคะแนนเช่นกัน”ไม่มีใครกล้าเล่นตุกติกเพราะเจ้าสำนักของพวกเขาถูกเล่นงานไปแล้ว
เม่ยเอ๋อร์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ตะโกนต่อไปว่า “รอบต่อไปเม่ยเอ๋อร์ศิษย์แห่งสำนักชางอู๋ขอท้านักอัญเชิญศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเหยาไถเซียน”กู้ปิ่งคุนเจ้าสำนักแห่งสำนักเหยาไถเซียนทำท่าจะประกาศยอมแพ้ แต่กู้หยวนหมิงก็ชิงพูดขึ้นว่า “กู้หยวนหมิง ศิษย์สำนักเหยาไถเซียนขอรับคำท้า”“ดี!” เม่ยเอ๋อร์พอใจ ได้ต่อสู้เสียที!กู้หยวนหมิงเองก็สมแล้วที่เป็นสี่สุภาพบุรุษแห่งต้าซย่าผู้เลื่องชื่อเสียงกรี๊ดกร๊าดดังขึ้นไม่หยุด “ชุนซิ่นจวิน! ข้ายอม! ข้ายอมเขาทุกอย่างเลย!”“โห! ไม่คิดเลยว่าชุนซิ่นจวินที่ภายนอกดูอ่อนโยนกลับกล้าหาญเช่นนี้ แม้แต่ลัทธิเซิ่งเหลียน สำนักชิงเหลียนยังไม่กล้ารับคำท้า แต่เข้ากลับกล้าเผชิญหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว!”“ข้าชอบชายอ่อนนอกแข็งในและหน้าตางามสง่าเช่นนี้ที่สุดเลยช่างน่าหลงไหลจริงๆ! โอ้ย! ชุนซิ่นจวินสู้ๆ! ชุนซิ่นจวิน! กรี๊ดดด…”“เชิญ” กู้หยวนหมิงเคยชินกับเสียงกรี๊ดกร๊าดเช่นนี้แล้วจึงไม่ทำให้เขาสะดุดแต่อย่างใด เขาคำนับเม่ยเอ๋อร์ตามธรรมเนียมการประลองฝีมือ รังสีความสง่าแผ่ซ่าน โดดเด่นดึงดูดสายตาทุกคู่อย่างยิ่ง
ต้าซือมิ่งจึงโน้มตัวไปข้างหูเยี่ยนอวี๋ที่กำลังมองบนเวทีเช่นกัน“เขาดูดีหรือ”“หืม?” เยี่ยนอวี๋งุนงงเล็กน้อย ก่อนจะตอบอย่างประหลาดใจว่า“ก็ไม่เลวนะ ทำไมหรือ”“ถามดู” เมื่อหรงต้าซือมิ่งเบี่ยงเบ