ากวิญญาณระดับตำนานชนิดนี้ด้วยรึ?”
เมื่อต้องเผชิญกับสายตาคมกริบของนางมารสาว สาวน้อยเผ่าเงือกก็รู้สึกหวาดกลัวจับใจ ขยับกายเข้าไปใกล้จางอวิ๋นโดยไม่รู้ตัว
คำสาบานด้วยจิตแห่งเต๋าของจางอวิ๋นเมื่อครู่นี้ ทำให้นางเกิดความเชื่อใจขึ้นมาหลายส่วน อย่างน้อยนางก็มั่นใจว่าบุรุษผู้นี้ปรารถนาจะรับนางเป็นศิษย์จากใจจริง!
ซูเตี๋ยไม่ได้ใส่ใจท่าทีหวาดกลัวของนาง เพียงแค่หันมามองจางอวิ๋นอย่างครุ่นคิด
“มิน่าเล่าเจ้าถึงได้มุ่งมั่นจะรับนางเป็นศิษย์ แต่จะว่าไป… เจ้าเปลี่ยนนิสัยตั้งแต่เมื่อไหร่? เมื่อก่อนข้าไม่ยักเห็นว่าเจ้าจะสนใจเรื่องการรับศิษย์เลยนี่นา”
“คนเรามันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกันบ้าง!”
จางอวิ๋นยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก กล่าวอย่างไม่ยี่หระ “อีกอย่าง… การได้ฟูมฟักปั้นแต่งลูกศิษย์ให้เติบใหญ่ มันก็น่าสนุกดีออกไม่ใช่หรือ?”
พูดจบ เขาก็หันกลับมาสบตากับสาวน้อยเผ่าเงือกอีกครั้ง
“ว่าอย่างไร เต็มใจกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่? ภายใต้สังกัดของข้ามีศิษย์อยู่แล้วสองคน หากเจ้าตกลง เจ้าก็จะเป็นศิษย์ลำดับที่สามของข้า… ข้าสัญญาว่าจะมอบทรัพยากรให้เจ้าอย่างเท่าเทียมเฉกเช่นศิษย์พี่ทั้งสอง และจะเคี่ยวกรำฟูมฟักให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นทีละก้าว