หยางเซ่าเหิงที่ทนดูต่อไปไม่ไหวก็ลุกยืนขึ้น นัยน์ตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหายต่อการต่อสู้ที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ราวกับว่าความแข็งแกร่งที่เยี่ยนอวี๋แสดงนั้นไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลยเพียงแต่ว่าถึงแม้หยางเซ่าเหิงจะเอ่ยขึ้นแล้ว แต่หยางถิงซานกลับห้ามเขาไว้ “เหิงเอ๋อร์ แม้จะสู้กับนาง เราก็ควรให้เวลาปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนได้พักยก มิควรฉวยโอกาสขณะฝ่ายตรงข้ามยังไม่พร้อม”“ก็จริง” หยางเซ่าเหิงจึงนั่งลงด้วยท่าทีเจือความเหยียดหยามหยางเซ่าเหิงยังคงมั่นใจจนถึงบัดนี้ พูดได้เพียงว่าเขาคงมีความมั่นใจมากพอหรือไม่ก็โง่เขลาเย่อหยิ่งมากพอ“ดูท่าสำนักคุนอู๋ยังมีตัวช่วย” ตี๋อูหวนเชื่อว่าการที่หยางเซ่าเหิงถูกแต่งตั้งเป็นเจ้าสำนักน้อยของสำนักคุนอู๋ได้ เขาก็ไม่น่าจะเป็นคนโง่เขลา สำนักคุนอู๋ต้องมีตัวช่วยที่ทุกคนคาดไม่ถึงแน่นอน!จวินอั้นเทียนหันไปถามผู้อาวุโสข้างกายท่านหนึ่ง “อาวุโสมือกระบี่ ท่านคิดเห็นเช่นไร”อาวุโสมือกระบี่ที่มิได้พูดแสดงความเห็นใดๆ ตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ยังคงมองเทพธิดาที่อยู่บนเวที ใช่แล้ว…เทพธิดา
อาวุโสมือกระบี่รู้แล้วว่าสตรีบนเวทีที่ทำให้ทุกคนตะลึงนั้น อันที่จริงก็คือเทพธิดาที่ปกปักษ์โยวตูไว้ในครานั้น เขามั่นใจมากว่าคนผู้นั้นคือนางจึงเอ่ยขึ้นว่า “มิต้องห่วง” วันนี้จะเป็นวันล่มสลายของสำนักคุนอู๋ไม่ว่าสำนักคุนอู๋จะต ่าช้า ชั่วร้ายและมีเล่ห์กลอุบายอะไร เมื่ออยู่ต่อหน้าสตรีที่สืบทอดวิชาของปฐมรา