กหรอก”“ท่านพ่อพูดถูก ข้าจะท้าชิงพวกเขาในรอบการแข่งขันต่อไป ข้าจะทำให้ศิษย์สำนักคุนอู๋ยอมคุกเข่าร้องขอชีวิต!” เยี่ยนจื่อเยี่ยกล่าวด้วยน ้าเสียงเย็นยะเยือก เห็นได้ชัดว่าเขาก็รู้สึกคั่งแค้นเช่นกัน
“ดี! กล้าหาญดี!” เยี่ยนชิงตบไหล่ลูกชายคนโตเบาๆ “ต่อไปหวังว่าจะเอาชนะน้องเขยของเจ้าได้”เยี่ยนจื่อเยี่ยรู้สึกกดดันในทันใด ทว่าเขาก็พยักหน้าให้สัญญาว่า“ไม่ว่าอย่างไร หากเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ถูกรังแก ครอบครัวเราต้องเอาเรื่องถึงที่สุดอยู่แล้ว”“แน่นอน” เยี่ยนชิงพูดจบก็มองไปที่ลูกเขย ถึงแม้ยังคงรู้สึกน้อยใจ แต่ก็จำเป็นต้องยอมรับว่าลูกเขยคนนี้ดีมากจริงๆ แต่ปากของเขากลับพูดว่า “เจ้านี่ก็ล่อผึ้งเรียกผีเสื้อ[1]เก่งจริงๆ”ต้าซือมิ่งหรงที่ถูกรังเกียจก็พูดว่า “หน้าตาดี เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ก็เลยชอบ”เยี่ยนชิง “…”เขาหมดคำพูดแล้วทว่าเยี่ยนอวี๋กลับพยักหน้าพูดว่า “ใช่แล้ว” หากหน้าตาแบบหยวนคังฮ่องเต้นั่นหรือ ลาก่อน“พอแล้ว! กลับกันเถิด!” เยี่ยนชิงโบกมือพูดปัดคนทั้งขบวนจึงกลับสำนักซือมิ่งอย่างเกรียงไกร ทำเอาผู้คนไม่น้อยอิจฉาตาร้อน
แต่ก็มีคนที่พูดจาเหน็บแนมเหมือนชือปี้เหลียน “ตกอันดับไปถึงอันดับที่เก้าสิบสามแล้ว ยังผยองตนเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเอาความมั่นใจมาจากไหน!”“ตำหนักซือมิ่งน่ะสิ!” ศิษย์สำนักเหยาไถเซียนก็ร่วมเหน็บแนมด้วย!ชือปี้เหลียนอิจฉากว่าเดิม นางมองต้าซือมิ่งที่เดินจากไปไกลอย่างไม่รู้ตัว แม้จะเดินอยู่ในฝูงชน ร่างสูงโปร่ง