สง่าและมาดไร้ที่ติของเขาก็เป็นดั่งไข่มุกในค ่าคืนมืดมิด ดึงดูดสายตาผู้คนมากนัก“ต้าซือมิ่ง…” ชือปี้เหลียนบีบมือตนเอง คิดในใจว่าหากสำนักคุนอู๋สำเร็จ ขอเพียงทุกอย่างราบรื่น ท่านเทพท่านนี้ต้องเจอกับจุดจบที่ตกอับ ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสถึงตานาง! ถึงครานั้น…เปรี้ยง! สายฟ้าผ่าลงมาข้างหลังชือปี้เหลียนกลางวันแสกๆ นางสะดุ้งตกใจจนไม่กล้าเพ้อต่อไป และพาคนสำนักออกจากสนามประลองราชสำนักทันทีแต่กลับมีคนจำนวนไม่น้อยทุกข์ใจ “เหตุใดจู่ๆ ฟ้าก็ผ่ากลางวันแสกๆเล่า หรือว่ามีใครคิดเพ้อถึงสิ่งที่ไม่สมควร”“ใครจะไปรู้ เรารีบไปกันเถอะ!”“ไปเถอะ ไปสืบดูประวัติของสำนักนิรนามนั้นดีกว่า เผื่อว่าจะไปวางเดิมพันได้”
…ณ ตำหนักซือมิ่งหลังจากต้าซือมิ่งให้หลานชังปรับปรุงตำหนักแล้ว ตำหนักซือมิ่งในบัดนี้ก็กลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในเมืองหลวง แม้แต่ยุงบินเข้าออกก็ถูกจับได้ดังนั้น เยี่ยนชิงจึงออกคำสั่งห้ามคนในสำนักออกไป และมั่นใจว่าคนข้างนอกก็ไม่สามารถเข้ามาได้ ในขณะเดียวกันเขาก็รู้ว่า ลูกเขยคนนี้ใช้ได้จริงๆ ถึงแม้ยังคงรู้สึกอิจฉา เยี่ยนชิงก็ยังคงพูดกับต้าซือมิ่งอย่าง ‘รู้หน้าที่’ ว่า “ส่งเสี่ยวเป่ามาให้ข้าเถอะ พวกเจ้าไปเดินเล่นเถอะ”หรงอี้ย่อมไม่ปฏิเสธ เขายื่นเด็กน้อยที่นอนหลับสนิทไปให้พ่อตา“เช่นนั้นก็รบกวนท่านพ่อแล้ว วันสองวันนี้เสี่ยวเป่าไม่หิว ท่านพ่อมิต้องปลุกเขา”“รู้แล้ว! ไปเถอะ” เยี่ยนชิงโบกมือ เริ่มรู้สึกเสียใจ เฮ้อ