! เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ที่เขาหวงแหนตั้งแต่ยังเล็กถูก ‘หมู’ ตระกูลหรงตัวนี้คาบไปง่ายๆเช่นนี้เสียแล้ว!“ท่านพ่อ เช่นนั้นพวกเราไปก่อนนะเจ้าคะ” เยี่ยนอวี๋เองก็มีเรื่องอยากจะคุยกับต้าซือมิ่งเป็นการส่วนตัว ดังนั้นเมื่อเยี่ยนชิงโบกมือนางก็ดึงต้าซือมิ่ง ‘เดินดุ่มๆ’ จากไปทันที!
เยี่ยนชิงยิ่งรู้สึกอิจฉาไม่ไหว “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์คิดว่าท่านพ่อคนนี้แก่แล้วใช่หรือไม่ ไม่ชอบข้าเสียแล้ว เจ้าดูสิ นางชอบลูกเขยสารเลวนั่นมากกว่า! ตั้งหน้าตั้งตาเดินเช่นนี้…”“ท่านพ่อ ท่านเป็นคนบอกให้คนเขาไปเองมิใช่หรือ แล้วยังโบกมือไล่ด้วย!” เยี่ยนจื่อเสาพูดตรงไปตรงมา“ไปไกลๆ เลย!” เยี่ยนชิงก็รีบไล่ลูกชายไป “ไอ้เด็กเหลือขอคนสองคนนี่ ไม่เห็นน่ารักเหมือนเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เลย สู้เสี่ยวเป่าก็ไม่ได้ รีบไสหัวไปซะ! เห็นแล้วระคายเคืองตา”เยี่ยนจื่อเสา “…”เมื่อถูกขับไสไล่ส่งเช่นนี้ เขาทำได้เพียงออกจากที่นั่น แต่เยี่ยนจื่อเยี่ยยังคงอยู่กับท่านพ่อเพื่อวางแผนการแข่งขันของสำนักในรอบต่อไป…ในขณะเดียวกัน เยี่ยนอวี๋ก็คว้าแขนเสื้อของต้าซือมิ่งไว้ถามว่า“เสี่ยวเป่ามีปัญหาอะไรใช่หรือไม่” นางมักจะรู้สึกว่าทุกครั้งที่เสี่ยวเป่ามีการเปลี่ยนแปลง เขามักจะทำตัวแปลกพิกลต้าซือมิ่งโอบนางเข้ามาในอ้อมแขนกลับพูดขึ้นว่า “อาจจะเป็นปัญหาของข้าก็ได้”เยี่ยนอวี๋ชะงัก “หมายความว่าอย่างไร”
หรงอี้ยกมือขึ้นนวดระหว่างคิ้ว เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็ไม่มั่นใจ“คืนนี้เราไปวังใต้ดินกั