ชือปี้เหลียนเองก็อยากมีส่วนร่วม “เจ้ามันหยิ่งผยองจริงๆไม่กลัวเลยหรือว่าสักวันหนึ่งต้าซือมิ่งจะไม่ปกป้องเจ้าแล้ว รู้ไว้ด้วยว่าเจ้าก็แค่มีรูปโฉมพอใช้ได้ แต่นานวันเข้าก็เอียนเหมือนกัน”“ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็คงไม่ตกถึงตาเจ้า นังคางคกมั่วโลกีย์” เยี่ยนอวี๋กล่าวชือปี้เหลียน “…”นางเกือบจะกระอักเลือดออกมา!นางถูกศัตรูโต้อย่างตรงไปตรงมาเป็นครั้งแรกในชีวิต คนทั่วไปคงรับไม่ได้ทว่าต้าซือมิ่งยังดึงดันชี้แจงอย่างจริงใจว่า “สตรีที่ข้าหรงอี้รัก แม้โลกจะแตก จักรวาลจะสลาย ก็จะรักเพียงนาง เยี่ยนอวี๋”
เมื่อสิ้นเสียงพูด…เพี๊ยะ!“…”พรวด!บางคนรู้สึกถูกตบหน้าฉาดใหญ่!บางคนไม่รู้จะอธิบายความสึกตนเองอย่างไรแล้วบางคนรู้สึกถูกเหยียบเละจนเลือดทะลัก…“เอิ๊กกก”อินหลิวเฟิงเรอเสียงดัง กล่าวว่า “อิ่มจัง ข้าอิ่มแล้ว”เอ้อร์เหมากลับถอนหายใจไม่หยุด “นายท่านน้อย ท่านดูสิ ยังไม่รีบเรียนรู้ไว้อีกหรือขอรับ”“ฝึกไปจีบใครรึ” อินหลิวเฟิงถามกลับเอ้อร์เหมาพูดไม่ออก ก็ถูกของนายท่านน้อย คุณหนูใหญ่เยี่ยนมีเจ้าของแล้ว นายท่านน้อยจะฝึกไปจีบใครได้อีกเล่า ยังมีใครคู่ควรให้นายท่านน้อยจีบอีกเล่า เหมือนว่าจะไม่มีแล้ว“เจ้าโง่” ในที่สุดอินหลิวเฟิงก็กล่าวดูแคลนเอ้อร์เหมาได้อย่างเต็มปาก “ยังไม่รีบไปชงชาให้ข้าอีก!”
“ขอรับ” เอ้อร์เหมารู้สึกเศร้าหมอง เขาคิดว่าคงหาฮูหยินน้อยที่ดีเช่นนี้ไม่ได้แล้ว ช่างยากจริงๆ เลย…ในขณะเดียวกัน อีจี้จิ่วก็ประกาศขึ้นว่า “