แล้ว”“ต้าซือมิ่ง ท่านทำเช่นนี้มีอคติส่วนตัวหรือไม่ ดูลำเอียงมากเลย”กู้หยวนซูกล่าว “ถึงแม้ท่านมีเจตนาดี แต่นี่ก็ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก”“ใช่แล้ว!” กู้ปิ่งคุนก็คัดค้านด้วยทันที “ต้าซือมิ่งท่านต้องเป็นกลาง ไม่ใช่ช่วยเหลือสำนักชางอู๋เพียงเพราะปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนเป็นว่าที่ภรรยาของท่าน”“เฮอะ! ต้องช่วยสำนักคุนอู๋ถึงเรียกว่าไม่ลำเอียงหรือ” เอ้อร์เหมาโต้กลับไปทันที “พวกเจ้านี่ก็ตลกสิ้นดี ไม่ดูเลยว่าใครเป็นคนเริ่มก่อนหรือว่าสำนักเหยาไถเซียนก็อยากร่วมด้วย กลัวว่าประเดี๋ยวจะถูกต้าซือมิ่งลงโทษก็เลยรีบช่วยพูดให้สำนักคุนอู๋”“เจ้าหมอนี่! เจ้าไม่มีสิทธิ์พูดตรงนี้!” กู้ปิ่งคุนตำหนิอย่างเดือดดาล!จวินอั้นเทียนเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าสำนักกู้อย่าหงุดหงิดเลย แม้วาจาเอ้อร์เหมาจะไม่น่าฟัง แต่ก็มีเหตุมีผลดี หากผู้เสียเปรียบครั้งนี้คือสำนักจวินจื่อหรือสำนักเหยาไถเซียนของเจ้า มิใช่สำนักชางอู๋ เช่นนี้ต้าซือมิ่งก็ถือว่าไม่ลำเอียงแล้วหรือ”“ข้า…” กู้ปิ่งคุนกำลังจะแย้ง กู้หยวนซูเองก็อยากจะพูด แต่แล้ว…
“เขาช่วยข้าแล้วไง” เยี่ยนอวี๋ที่ประคองชุ่ยชุ่ยไว้เลิกคิ้วถามด้วยน ้าเสียงหยิ่งผยอง “คนที่ไม่พอใจ เก่งจริงก็ให้เขาช่วยเจ้าสิ ข้าไม่โกรธหรอก”“เจ้า…” กู้หยวนซูโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง! นางรู้สึกเหมือนกับว่าเยี่ยนอวี๋กำลังยั่วยุนาง! แต่นางก็ไม่มีความสามารถจริงๆกู้ปิ่งคุนรู้สึกจุก…ใครจะไปคิดว่าเยี่ยนอวี๋จะตรงไปตรงมาเช่นนี้!“หึๆ…”