หยำงเทียนชื่อที่รู้จักอิทธิฤทธิ์ของเม่ยเอ๋อร์ดีก็แสดงสีหน้ำไม่สู้ดีนัก “หำกนำงเข้ำไป กองก ำลังชั้นยอดสองร้อยนำยยังน้อยไปส ำหรับนำงด้วยซ ้ำ”สีหน้ำของหยำงถิงซำนก็ย ่ำแย่เช่นกัน ทว่ำผู้อำวุโสที่อยู่ข้ำงๆ ก็พูดขึ้นว่ำ “นำงเป็นสำวใช้ของปรำชญ์มหำส ำนักเยี่ยนมิใช่หรือ”“สำวใช้ขี้แงคนนั้นก็เป็นสำวใช้ของปรำชญ์มหำส ำนักเยี่ยนเช่นกัน ใครจะไปรู้ว่ำสำวใช้คนนี้จะกลำยเป็นศิษย์ส ำนักชำงอู๋ด้วยหรือไม่ แต่ไหนแต่ไรมำส ำนักชำงอู๋ไม่เคยมีกฎระเบียบอยู่แล้ว!” ทุกครั้งที่หยำงเทียนชื่อคิดถึงเหตุกำรณ์ที่ถูกโจมตีอย่ำงโหดเหี้ยมนั้นหัวใจก็สั่นระริกทว่ำเห็นได้ชัดว่ำพวกเขำคิดมำกเกินไปแล้ว เม่ยเอ๋อร์อยู่กับเยี่ยนอวี๋ตลอดเวลำ ไม่มีทำงเข้ำร่วมได้ นำงเพียงแค่ยื่นถุงวิเศษอีกใบหนึ่งให้เม่ยเอ๋อร์ “เมื่อครู่นี้ข้ำหยิบผิดใบ อำวุธในถุงใบนี้ใหญ่กว่ำเล็กน้อย เอำใบนี้ไปดีกว่ำ”“เจ้ำค่ะ” ชุ่ยชุ่ยหยิบถุงวิเศษใบเดิมแลกกับเม่ยเอ๋อร์เม่ยเอ๋อร์จึงน ำถุงวิเศษที่แลกกลับคืนมำให้จ่ำนเผิง ซึ่งเป็นหัวหน้ำศิษย์ส ำนักชำงอู๋ เขำเป็นบุตรชำยของจ่ำนเลี่ยงซำนประมุขหอสัตว์บรรพกำล เขำยังปลุกพรสวรรค์ของนักอัญเชิญศักดิ์สิทธิ์
ออกมำได้อย่ำงพบเห็นได้ยำก เป็นอัจฉริยะบุคคลที่ไม่เพียงสำมำรถควบคุมอสูร แต่ยังอัญเชิญวิญญำณได้ด้วย“สิ่งนี้…” จ่ำนเผิงเกรงใจไม่กล้ำรับไว้เม่ยเอ๋อร์พูดตรงไปตรงมำ “คุณหนูใหญ่ให้เป็นของขวัญ เข้ำไปแล้วให้แบ่งกันคนละเล่ม”“คนละเล่มหรือ