วยคงความยำเกรงและอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของตำหนักซือมิ่งไว้ได้ เขาประกาศขึ้นว่า “ตำหนักซือมิ่งทำพิธีบวงสรวงเสร็จแล้ว เชิญสำนักศึกษาเปิดพิธีสนามประลอง”กู้หยวนซูหน้าเปลี่ยนสี เพราะว่านางถูกเมินเฉยอย่างสมบูรณ์อันที่จริงนางควรเป็นคนประกาศ แต่เฉินฉุนเฟิงในฐานะที่เป็นเซ่าซือมิ่งแห่งตำหนักซือมิ่งก็มีสิทธิ์ประกาศลำดับพิธีต่อไปหลังจากเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวงแล้ว“เชิญอีจี้จิ่ว” เหอซงขานเรียกอย่างคุ้นชินอีอิ่นเป็นผู้อาวุโสที่เป็นตัวแทนของการดำรงอยู่สูงสุดของสำนักศึกษา เขาก้าวเท้าเดินขึ้นแท่นทีละขั้น เจ้าตัวน้อยเห็นเขาก็ส่งเสียงเรียก ‘อ้ะ’ ขึ้นมา เขาจำลุงเฒ่าคนนี้ได้ว่าเขาจะให้เขากินของอร่อยแต่ยังไม่ได้ให้เขากินเลย
เยี่ยนอวี๋รู้ใจเสี่ยวเป่าดี นางจิ้มจมูกเขาเบาๆ “เจ้าแมวเหมียวจอมตะกละ”อีอิ่นมองมาทางนี้ ก่อนจะส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ “เสี่ยวเป่ารอข้าหน่อยนะ”“ได้…” เยี่ยนเสี่ยวเป่ากล่าวอย่างไม่ละอายอีอิ่นยิ้มอย่างอ่อนโยนเล็กน้อยก่อนจะเริ่มประกาศว่า “ผู้แข็งแกร่งของแต่ละสำนักโปรดคุ้มกันสำนักของตนให้ดี นักอัญเชิญศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศึกษารักษาพันธสัญญากับหยวนคังฮ่องเต้แห่งต้าซย่า อัญเชิญต้าฮวงมายังราชสำนัก เพื่อให้ทุกฝ่ายในต้าซย่าได้แสดงความสามารถเต็มที่ เป็นเกียรติประวัติแก่ต้าซย่า”“ต้าซย่า!”“ต้าซย่า! ต้าซย่า!…”เหล่าทหารราชสำนักต่างกู่ร้องอย่างพร้อมเพรียง ทำให้เจ้าแคว้นที่อยู่ใต้การปกครองที่มาสังเกตการณ์ต่างส