ว้ได้ก่อนที่เจ้าสำนักจะกลับมาและยืนหยัดอยู่เคียงข้างคุณหนูใหญ่ คนตาบอดเช่นพวกเราคงหลงกลเยี่ยนอู้ไปแล้ว”“ใช่แล้ว ช่างไม่ยุติธรรมเลยที่ครั้งนี้ไม่ให้เขามาด้วย” ประมุขหออัญเชิญศักดิ์สิทธิ์ยิ้มเล็กน้อย
ประมุขหอโอสถก็ยิ้มเช่นกัน พวกเขาคิดถึงประมุขหอสัตว์บรรพกาลชายร่างกำยำที่ถูกทิ้งให้เฝ้าสำนัก มองส่งพวกเขาด้วยดวงตาแดงก ่าและน่าเวทนา“ประมุขหอของเรารู้ว่าปีนี้สำนักชางอู๋ต้องสว่างรุ่งโรจน์จึงรู้สึกเสียดายมาก” ผู้อาวุโสหอสัตว์บรรพกาลกล่าว พวกเขาต้องช่วยแก้ต่างให้ลูกพี่“ใช่แล้ว สำนักชางอู๋ของพวกเรา ปีนี้ต้องสว่างรุ่งโรจน์แน่นอน”ประมุขหอโอสถมั่นใจอย่างยิ่ง! โดยเฉพาะเมื่อเห็นเยี่ยนจื่อเยี่ยที่ยอดเยี่ยมแล้ว เขาก็ยิ่งมั่นใจ…หลังจากผ่านไปห้าวันตุ้ม!ตุ้ม! ตุ้ม!…เสียงกลองโบราณดังกึกก้อง พิธีแต่งตั้งเจ็ดสำนักเจ็ดปีหนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!สำนักน้อยใหญ่ต่างออกจากที่พักของตนเอง รวมตัวกันที่ลานสนามในราชสำนักที่จัดพิธี
นอกจากเจ็ดสำนักรุ่นที่แล้ว สำนักน้อยที่เหลือก็ไม่มีที่ให้นั่งในลานแห่งนั้น พวกเขาทำได้เพียงยืนดู แต่ก็มิได้เป็นปัญหาต่อความกระตือรือร้นของพวกเขาผู้แข็งแกร่งบางคนก็ลอบพ่นหมอกควันเพื่อปราชันกันแย่งพื้นที่ด้านหน้าแล้ว หากไม่ใช่เพราะเหล่ากองกำลังลาดตระเวนของราชสำนักมีพละกำลังแข็งแกร่งพอ พวกเขาคงสู้กันขึ้นมาจริงๆ แล้วเหตุการณ์คึกคักเช่นนี้ทำให้เจ้าตัวน้อยดีใจจนแทบจะเป็นบ้าแล้ว “อ้ะเนะเนะ! อ้ะเนะเ