นสุดลง ทว่าเยี่ยนอวี๋ที่ถูกโอบกอดก็จำเป็นต้องเอ่ยว่า “เจ้าก็อย่าได้ใจเกินไป ข้า…”“ชู่” หรงอี้จูบจอนผมของนาง “ข้าไม่ฟัง”เยี่ยนอวี๋ “…”“เจ้าคิดว่าข้าเขียนจดหมายให้พ่อตาขอให้ท่านเลื่อนวันแต่งงานของเราขึ้นมา ให้เราแต่งงานกันหลังจบพิธีแต่งตั้งเจ็ดสำนัก ดีหรือไม่” หรงอี้อยากจะรีบแต่งงานกับคนที่อยู่ในอ้อมอกมาเป็นภรรยาข้างกายใจจะขาด“แค่กๆๆ!”เยี่ยนจื่อเยี่ยที่อดทนไม่ไหวอีกต่อไปก็ไอเสียงดัง ทำท่าจะเข้าไปหาเรื่องแล้ว เขาจึงเดินย ่าเข้าไปหาพวกเขาหรงอี้กลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาต้องใช้เวลาถึงครึ่งปีจึงได้รับสิทธิ์กอดภรรยาผู้บอบบางเช่นนี้ จะพูดอะไรเขาก็ไม่ยอมปล่อยมือง่ายๆทว่าเยี่ยนอวี๋กลับไม่ตามใจเขา นางผลักเขาออก ต้าซือมิ่งมองนางเงียบๆ “เกี้ยวพาพอแล้วก็ผลักข้างั้นหรือ”
เยี่ยนจื่อเสาได้ยินเต็มสองหู ต้าซือมิ่งเองก็มิได้ตั้งใจจะปิดบังไว้อยู่แล้ว สีหน้าเขาเริ่มดูไม่ค่อยดี “หมายความว่าเมื่อครู่นี้พวกเจ้า…”“หุบปาก!” เยี่ยนจื่อเยี่ยมองหนุ่มสาวสองคนด้วยความรู้สึกคันไม้คันมือ เมื่อเห็นว่าพวกเขามิได้ทำสิ่งใดเกินเลย สีหน้าเขาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ต่อไประวังหน่อย! ผู้คนเดินไปเดินมาเช่นนี้”“เจ้าค่ะ” เยี่ยนอวี๋ขานตอบอย่างว่าง่ายแม้ต้าซือมิ่งจะไม่ได้ตอบ แต่เนื่องจากเมื่อครู่นี้เขาเป็นผู้ถูกกระทำ เยี่ยนจื่อเยี่ยจึงมิได้พูดอะไร “เข้าไปเถิด ข้ามีเรื่องคุยกับพวกเจ้า”“เจ้าค่ะ” เยี่ยนอวี๋รีบเดินนำหน้าไปเยี่ยนจื่อเสาจึง