ถูกลมพัดจนเป็นริ้วคลื่นเปล่งแสงประกาย ช่างงดงามยิ่งนักเยี่ยนอวี๋อดลูบดวงตาของเขาไม่ได้ แต่ทันใดนั้นก็ถูกเขาคว้าข้อมือไว้ “อย่ามาเย้าแหย่ข้าบ่อยๆ เข้าใจหรือไม่”“เจ้าค่ะ” เยี่ยนอวี๋ขานตอบเบาๆ น ้าเสียงของนางยังคงแฝงเสน่ห์เย้ายวนอย่างไม่ตั้งใจ และยังเจือปนด้วยความสง่าเยือกเย็นของปฐมราชินีเยี่ยน ท่าทางการวางอำนาจและความเย่อหยิ่งนั้น ทำให้หรงอี้ปล่อยมือนางและดึงนางเข้ามากอดในอ้อมอก ก่อนจะบรรจงจูบลงไปที่หน้าผากขาวผ่องของนาง “ข้าจะยอมให้เจ้าทำตามอำเภอใจอีกสองสามเดือน”“หืม?” เยี่ยนอวี๋เลิกคิ้ว สงสัยว่าสองสามเดือนคือกี่เดือนหรงอี้กลับเงียบไม่พูดอะไรอีก และยังคงกอดว่าที่ภรรยาผู้บอบบางที่ไม่ทุบตีเขาอีกแล้วไว้ ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งก็อุ้มเด็กน้อยที่นอนหลับสนิทเหมือนลูกหมูไว้ถึงแม้ทั้งสองคนนี้เป็น ‘เป้าหมาย’ ของเขาตั้งแต่แรก เป็นสิ่งที่เขาปรารถนาตลอดมา แต่จนถึงเมื่อครู่ที่อยู่ในโถงราชวัง เขาก็เพิ่งรู้ตัวว่าเขาเองก็รู้สึกตื่นเต้นและเป็นกังวล…
จนเมื่อนางกุมมือเขาแล้วบอกว่านางยินยอม ชั่วจังหวะนั้นเขาก็แอบคิดว่าที่นางยอมถอยให้หนึ่งก้าวเป็นเพียงเพราะเสี่ยวเป่าของพวกเขาจริงๆ หรือ ทั้งๆ ที่ทุกๆ ฝีก้าวเป็นไปตามความคาดหมายของเขา ทั้งๆ ที่ทุกๆ ฝีก้าวเขาวางแผนไว้แต่แรกแล้วว่านางจะ ‘ยอมสยบ’แต่เมื่อทุกๆ ย่างก้าวบรรลุเป้าหมาย เขากลับรู้สึกว้าวุ่น จนเมื่อ… เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เกี้ยวพาเขาเช่นนี้ ความว้าวุ่นจึงสิ้