เจ้าตัวน้อยกะพริบตาปริบถามว่า “อ้ะเนะเนะ?”เจ้าตัวน้อยและเจ้าตัวใหญ่ที่น่าเอ็นดูเช่นนี้ ทำเอาต้าซือมิ่งแทบจะไม่อยากปลีกตัวออกมา แต่ว่า… ต้าซือมิ่งได้แต่ลูบศีรษะเด็กน้อยและมองภรรยากล่าวว่า “เรื่องสำคัญน่ะ”เยี่ยนอวี๋มิได้เซ้าซี้ นางตบมือเบาๆ เรียกเจ้าตัวน้อย จากนั้นเขาก็เข้าไปอยู่ในอ้อมอกของท่านแม่ แต่ยังคงแสดงอาการอาลัยต่อท่านพ่อ “อ้ะเนะเนะ?” พาเสี่ยวเป่าไปด้วยไม่ได้หรือขอรับ“ก็ใช่ว่าจะไม่ได้” หรงอี้ฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ เขาก็ยื่นมือไปอุ้มเสี่ยวเป่าคืนมาเยี่ยนอวี๋สับสนไปหมด “เจ้าจะทำอะไรกันแน่”เรื่องร่างพรหมจารีทำให้ต้าซือมิ่งหรงสับสนไม่น้อย เขาจึงมองไปที่ผู้ร้ายที่ ‘ทำลาย’ พรมจารีของเขาด้วยสายตาเหินห่างเยี่ยนอวี๋งุนงงกว่าเดิม ทว่านางก็พอเดาได้ว่าเหตุใดเขาจึงมองนางเช่นนี้ คงเป็นเพราะเหตุการณ์ในคืนนั้นสินะ เช่นนั้นล่ะก็…“เจ้าไปเถิด” เยี่ยนอวี่ไม่อยากถูกสายตาเช่นนี้จ้องมองอีก นางรู้สึกใจไม่เป็นสุขอย่างไรไม่รู้
เมื่อหรงอี้เห็นนางมีท่าทีร้อนตัวเช่นนี้ เขาก็หรี่ตาลง พลันเกิดคำถามในใจว่า หรือว่าเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ลบความทรงจำของข้าไปจริงๆนะอืม…นัยน์ตาต้าซือมิ่งหรงลุ่มลึก แทบจะกลืนมนุษย์ตรงหน้าเข้าไปแล้ว เขาเพ่งมองและครุ่นคิดอยู่อย่างนั้น“พอแล้ว จะไปก็ไปเถอะ” เยี่ยนจื่อเยี่ยที่อยู่ข้างๆ ทนดูต่อไปไม่ไหวจึงไล่เขาออกไป ตัวเขาเองมีเรื่องอยากจะคุยกับน้องรองและน้องเล็กพอดี“อ้ะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที