ทิศทางที่ลำแสงสีม่วงไปมีโลงศพปรากฏขึ้น!?“นี่มัน…” อินหลิวเฟิงตกใจเอ้อร์เหมาหายตัวไป พร้อมกับกล่าวขึ้นอย่างตกใจ “มีคน! ไม่ใช่สิ…มีศพ!”หลังจากที่คนอื่นๆ เดินไปข้างหน้าก็พบว่ามีศพร่างผอมอยู่ในโลงศพจริงๆ ทำให้เยี่ยนอวี๋รีบปิดตาลูกน้อยไว้ทันที แต่กลับพบว่าต้าซือมิ่งบางคนได้ปิดไปก่อนแล้ว“อ้ะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ไม่เห็นอะไรเลยอยากรู้อยากเห็นจึงลองเอามือของบิดาออกเยี่ยนอวี๋จึงได้บีบแก้มน้อยๆ ของลูกน้อยเบาๆ “ไม่ได้ เสี่ยวเป่าดูไม่ได้นะจ๊ะ”“เนะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าจับมือของท่านแม่ของเขา เห็นได้ชัดว่ากำลังถามว่าเพราะอะไรอยู่เยี่ยนจื่อเสาตอบกลับ “เพราะว่าน่าเกลียดมาก”เป็นเรื่องจริง เพราะว่าศพที่ดูสดใหม่มากศพนี้ไม่มีใบหน้า! หรือว่าคนในเสื้อคลุมก่อนหน้านี้จะเป็นสภาพแบบนี้ด้วย ดังนั้นจึงได้ปิดบังตัวตนได้มิดชิดเพียงนั้น
แต่เยี่ยนอวี๋กลับพบว่า “บนศพคนตายนี้ไม่มีกลิ่นอายของเจ้าและไม่มีกลิ่นอายวิญญาณอย่างอื่นด้วย ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง”“กลิ่นอายของใครนะ” อินหลิวเฟิงไม่เข้าใจแต่ต้าซือมิ่งบางคนได้ตอบแล้ว “ใช่แล้ว เจ้าลองดูนี่สิ”ต้าซือมิ่งที่หยิบกล่องผ้าเหลี่ยมออกมาระหว่างพูด ทำให้เยี่ยนอวี๋รู้ว่าต้องไปเปิดกล่องพบแต่ความว่างเปล่าในกล่องผ้านั้น นอกจาก…เยี่ยนอวี๋หรี่ตาลง พิจารณาจากร่องรอยอันเบาบางบนกล่องผ้า“กลิ่นอายของเจ้า”“ใช่แล้ว” ต้าซือมิ่งที่น ้าเสียงดุจเสียงพิณเหมือนปกติ แต่คิ้วกำลังค่อยๆ ยกขึ้นสูง “พว