ขาหิวก็ให้เขากินได้”“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าได้ยินก็หันศีรษะไปดูทันที พร้อมกับแสดงท่าที ‘จะกินตอนนี้’ ออกมาเยี่ยนอวี๋รับถุงผ้ามา และปรับน ้าเสียงเล็กน้อย จากนั้นก็ถามติดตลกว่า “ไม่กลัวว่าหากไม่มีของกินแล้ว เสี่ยวเป่าจะไม่ติดเจ้าหรือ”
“อ้ะเนะ!” ต้าซือมิ่งบางคนยังไม่ได้ว่าอะไร เยี่ยนเสี่ยวเป่าก็ได้ส่งเสียง ‘อ้ะเนะเนะ’ ออกมาอธิบายแล้ว “พ่อ…อืออ้ะเนะเนะ…พ่อ…” ท่านพ่อดีสุด สำคัญที่สุด! ไม่มีข้าว เสี่ยวเป่าก็ชอบท่านพ่อคนงาม…ต้าซือมิ่งบางคนหัวเราะ “เจ้าฟังสิ”เยี่ยนอวี๋ส่งเสียงไม่พอใจออกไปพร้อมกับรับถุงผ้ามาแต่โดยดีเม่ยเอ๋อร์เองก็ตามทั้งสามคนมาแล้ว“ค่ายกลของข้านี้ อย่างน้อยครึ่งชั่วยามพวกเขาจะไม่สามารถพังเข้ามาได้ และไม่สามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ” เยี่ยนอวี๋ได้อธิบายถึงค่ายกลที่เปิดใช้งานแล้ว หมายความว่ามันสามารถซ่อนหูซ่อนตาของคนได้“เหลือเฟือ” ต้าซือมิ่งบางคนพยักหน้า พร้อมกับใช้แขนเสื้อเสกลำแสงสีม่วงออกมาวงหนึ่งแล้วรวมทุกคนเข้าด้วยกัน!ขณะที่อินหลิวเฟิงยังคงมึนงงอยู่! พวกเขาก็หายวับไปแล้ว และปรากฏอยู่ในพื้นที่มืดสนิทในชั่วพริบตา ทำให้ดวงตากลมโตของเจ้าตัวน้อยเป็นประกาย!อินหลิวเฟิงรีบหยิบไข่มุกเย่ว์หมิงออกมา ถึงจะเห็นได้ชัดเจนว่า…รอบๆ ก็ยังคงมืดสนิทไม่มีอะไรทั้งสิ้น!“ที่นี่คือด้านล่างของพื้นที่ลับนั่น?” เยี่ยนจื่อเสาคาดเดา
“ทำไมมืดเพียงนี้” เอ้อร์เหมาขยี้ตาพบว่าดวงตาในระดับวิญญาณปฐมภูมิข