“…”ต้าซือมิ่งที่รับเอาพระเสาวนีย์ที่ว่ามาทำลายพระเสาวนีย์สีแดงสดที่อยู่ในมือม้วนนั้นอย่างเงียบเชียบจนมันสลายหายไป“…”ชั่วขณะนั้นในตำหนักพลันเงียบงันไร้เสียงแม้จะบอกว่านี่เป็นภาพที่สำนักชางอู๋บนล่างล้วนอยากเห็น แต่ภาพแห่งความสะใจนี่มาไวเกินไป ทุกคนยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบกลับ“ต้า ต้าซือมิ่ง…”ขันทีจากราชสำนักที่รับหน้าที่มาถ่ายทอดราชโองการขาอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้น เขาไม่ได้กลัวว่าเมื่อกลับไปแล้วจะหาข้อแก้ตัวไม่ได้แต่กลัวว่าต้าซือมิ่งผู้นี้จะทำให้เขาสลายหายไปเหมือนกับพระเสาวนีย์นั่นกลับเป็น ‘ผู้ไม่รู้ย่อมไร้ความกลัว’ อย่างผู้ดูแลสำนักเหยาไถเซียนที่กล้าเอ่ยวาจาออกมา “ต้า ต้าซือมิ่ง ท่าน ท่านจะโอหังเกินไปแล้วหรือไม่ นี่ นี่มันพระเสาวนีย์ขององค์ฮองเฮาเชียวนะ!”ผู้ดูแลสำนักเหยาไถเซียนที่นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้คุณหนูใหญ่ของสำนักกลายเป็นฮองเฮาที่สูงส่งที่สุดแห่งราชสำนักแสดงท่าทีวางก้าม
ออกมาทันที เพราะอย่างไรเขาก็ไม่เคยได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของต้าซือมิ่งมาก่อน แต่กลับลืมไปว่าเมื่อครู่เขาถูกคนผู้นี้ทำให้ตกใจจนต้องคุกเข่า…แต่ไม่นานเขาก็ได้ตระหนักรู้ความแข็งแกร่งของต้าซือมิ่งบางคนแล้ว! เพราะเขากำลังค่อยๆ สลายหายไป แม้ไม่เจ็บปวดแต่คนข้างๆก็ยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า…เขากำลังสลายหายไปภาพเช่นนี้…ทำให้ขันทีจากราชสำนักตกใจจนลืมหายใจ “ผู้ผู้ดูแลกู้! ท่าน ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง”“ข้าหรือ?”ผู้ดู