งไม่รู้ดังนั้น…ต้าซือมิ่งแสดงออกอย่างจริงใจ “เมื่อหนึ่งปีก่อนเขยได้มาที่สำนักชางอู๋และในวันที่มาถึงนั้นเพราะร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงมีหลายเรื่องที่จำไม่ได้ น่าจะถูกเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เก็บได้ขอรับ”
“หลังจากนั้นเจ้าก็เลยรังแกเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์อย่างนั้นหรือ?” ใบหน้าเยี่ยนชิงถมึงทึงรู้สึกเหมือนกำลังฟังนิทานตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้นเรื่องหนึ่งอยู่แต่เม่ยเอ๋อร์กลับเอ่ยว่า “ไม่ใช่เจ้าค่ะ! เพราะคุณหนูใหญ่รู้สึกว่าคนผู้นี้ไม่ดีจึงได้ลบความทรงจำของเขาและทิ้งเขาต่างหาก! ดังนั้นนายท่าน ท่านอย่าถูกเขาหลอกเอานะเจ้าคะ เขาดูแล้วเหมือนเป็นคนดีมีคุณธรรมแต่ความจริงแล้วจิตใจเจ้าเล่ห์เป็นอย่างมาก!”เม่ยเอ๋อร์ที่ดูมาจนถึงตอนนี้ไม่อาจยอมรับลูกไม้ตบตาของต้าซือมิ่งได้อีกต่อไป นางคิดว่าในฐานะข้ารับใช้ผู้จงรักภักดีนางจะต้องเอ่ยเตือนสติทุกคนถึงโฉมหน้าที่แท้จริงของต้าซือมิ่งจอมเจ้าเล่ห์นี่!และเพราะปริมาณข้อมูลนี้ของนางมหาศาลเกินไปทำให้เยี่ยนหงชวนที่ยกชามาดื่มสำลักจนน ้าตาไหลออกมา “แค่กๆๆ!… ” นี่มัน…สถานการณ์อะไรกัน?ต้าซือมิ่งบางคนกลับใจเย็น ยอมรับอย่างน้อยใจว่า “คงจะเป็นเช่นนี้ หลังถูกทิ้งเขยก็ไม่รู้อะไรเลยและยังไม่รู้ด้วยว่าทำสิ่งใดให้เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ไม่พอใจ เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์จึงไม่ต้องการข้า”เยี่ยนชิง “…?”“ก็ต้องเป็นเพราะใช้การไม่ได้อย่างไรเล่า!” เม่ยเอ๋อร์คิดว่าอย่างไรคุณหนูใหญ่ก็ล้วนถูกต้อง ที่คุณหนูใหญ่ไม่ต้อง