่ยนชิงที่มองดูจนถึงตรงนี้กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องยังคงเป็นเยี่ยนจื่อเสาที่เอ่ยถามเขา “ท่านพ่อรู้สึกว่าต้าซือมิ่งผู้นี้เหมือนพ่อนมคนหนึ่งใช่หรือไม่”เยี่ยนชิงพยักหน้าตามสัญชาตญาณแล้วหยุดชะงักจากนั้นก็ถลึงตาใส่ลูกชายเยี่ยนจื่อเสาลูบๆ จมูกแล้วเงียบไป เขาเองก็ช่วยได้เท่านี้แหละ“หา อะไรนะ หอสัตว์บรรพกาลของพวกเรายังมีธุระให้จัดการคุณหนูใหญ่กลับมาทั้งที เจ้าสำนักพวกท่านคนในครอบครัวก็คุยกันไป ข้าจะกลับก่อนแล้ว” ประมุขหอสัตว์บรรพกาลคนหยาบผู้นี้ บัดนี้กลับรู้สึกขึ้นมาได้อย่างฉับไวว่าควรจะแยกย้ายได้แล้ว!“ใช่แล้ว ใช่แล้ว! เจ้าสำนัก อดีตเจ้าสำนัก พวกข้าขอตัวก่อนแล้วกัน” ประมุขหอโอสถและคนอื่นๆ ล้วนเป็นพวกนกรู้จึงรีบพาคนของตนจากไปอย่างว่องไว
แม้ว่าพวกเขาเองก็สงสัยว่าระหว่างคุณหนูใหญ่และต้าซือมิ่งผู้นี้เรื่องราวเป็นมายังไงกันแน่ สรุปว่าต้าซือมิ่งใช่เขยขวัญของสำนักชางอู๋หรือไม่ แต่ว่า…ทุกคนที่คิดถึงวิธีการที่ต้าซือมิ่งผู้นี้ใช้เมื่อครู่ก็ไม่กล้ารั้งอยู่อีกต่อไป ทำได้แค่รอสอบถามสถานการณ์คราวหน้าแล้ว! เฮ้อความรู้สึกที่มีเรื่องใหญ่แต่ไม่อาจมุงดูได้นี่มันช่างชวนให้คนร้อนใจจริงๆและเมื่อคนกลุ่มนี้จากไป เยี่ยนชิงก็อดกลั้นต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ“สรุปว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่”เยี่ยนอวี๋เดิมอยากอธิบายแต่ตัวนางเอก็ไม่รู้ชัดเช่นกันส่วนต้าซือมิ่งนั้น…ตอนนั้นเขายังคิดว่าตนเองเป็นเพียงเด็กชาย แน่นอนว่าเขายิ่