บไปที่สำนักชางอู๋ก่อน เดี๋ยวข้าจะรอท่านที่นี่แล้วค่อยเข้าเมืองหลวงพร้อมกันดีไหม”“แล้วพ่อของเจ้า…” เยี่ยนอวี๋ค่อนข้างกังวลใจกับเรื่องอินสวินอี้
แต่ไม่รอให้อินหลิวเฟิงตอบกลับ ต้าซือมิ่งกลับพูดขึ้นมาแล้ว“เขาไม่ตายง่ายๆ หรอกคงจะถูกพาตัวไปที่สำนักนักอัญเชิญศักดิ์สิทธิ์ของวัง น่าจะทนได้อีกหลายเดือน”“…” จวินอั้นเทียนเชื่อแล้วจริงๆ ว่าต้าซือมิ่งผู้นี้กับต้าซือมิ่งในตำนานคือคนเดียวกันถึงแม้ว่าอินหลิวเฟิงจะเป็นห่วงบิดาแท้ๆ มาก แต่เขาก็ไม่อาจให้กูไหน่ไนพับเรื่องของตัวเองมาช่วยเหลือตน เขาย่อมต้องพูดว่า “ถูกแล้ว ท่านพ่อของข้ามีความอดทนเป็นอย่างมาก! แต่ว่าพวกเราก็ต้องรีบหน่อยเพราะข้ากลัวว่าฮ่องเต้ใจดำผู้นั้นจะใช้ลูกไม้ต ่าช้าอะไรออกมาอีก”“อืม” ความจริงแล้วเยี่ยนอวี๋ไม่ได้สนใจเรื่องพระเสาวนีย์อะไรนั่นอยู่แล้วเพราะอย่างไรนางก็คงไม่ยอมแต่งงานกับผู้อื่นเพียงเพราะพระเสาวนีย์ฉบับเดียวแน่ แต่นางเป็นห่วงบิดาเจ้าน ้าตาของนางมากกว่าเยี่ยนจื่อเสาเองก็เช่นกัน ดังนั้นเขาจึงออกความเห็นว่า “พวกเรารีบกลับกันหน่อยเถิด”เยี่ยนอวี๋พยักหน้า เพียงแต่…เมื่อครู่นางเหลือบไปเห็นต้าซือมิ่งบางคนที่อุ้มเจ้าก้อนน้อยกำลังสลักค่ายกลเคลื่อนเวหาแล้วเยี่ยนอวี๋เดินเข้าไปดึงเขาออกมา “ข้าทำเอง” พลังเทพของคนผู้นี้กำลังถดถอย ไม่รู้สถานการณ์ของตนเองบ้างเลยหรือไร?
ต้าซือมิ่งที่ทำตัวตามน ้ายืดกายขึ้นมุมปากก็ยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติรู้สึกว