ประมุขหอโอสถที่ค่อนข้างมีอายุหน่อยรีบอธิบาย “พวกข้าล้วนไม่มีความคิดเช่นนี้ เพียงแต่พระเสาวนีย์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับพวกข้าสำนักชางอู๋เป็นเรื่องการแต่งงานของบุตรสาวท่านเจ้าสำนักและท่านเจ้าสำนักของพวกข้าตอนนี้กำลังกักตนบำเพ็ญอยู่ พวกเราไม่สะดวกรับพระเสาวนีย์แทนจริงๆ”แต่ผู้ดูแลสำนักเหยาไถเซียนผู้นั้นกลับกล่าวว่า “อย่างนั้นก็เชิญผู้อาวุโสเยี่ยนฉี่ซานออกมารับพระเสาวนีย์”“งั้นทุกท่านโปรดรอสักครู่” ประมุขหอโอสถเข้าใจดีว่าผู้มาไม่ประสงค์ดีจำต้องรีบไปเชิญเจ้าสำนักรุ่นก่อนมาจึงจะสามารถยับยั้งสถานการณ์ได้แต่ประมุขหอสัตว์บรรพกาลกลับไม่ยอม “ไม่ใช่สิ ข้ายังไม่เข้าใจคุณหนูใหญ่ของเราไม่ใช่ว่าหมั้นหมายกับนายน้อยอินแล้วหรอกหรือพระเสาวนีย์นี่มันเรื่องอะไรกัน หรือว่าต้องการจะบีบให้ผู้อื่นแต่งกับสามีสองคนหรือไร”“พอแล้ว เหนียงเหนียงผู้นี้เห็นชัดว่าหนุนหลังพี่ชายของนาง เจ้าก็อย่าทำเป็นไขสือหน่อยเลย” ประมุขหอราชทัณฑ์เอ่ยเตือนประมุขหอสัตว์บรรพกาล ‘เสียงเบา’
แต่ว่าเสียงของเขานี้ย่อมดังพอให้คนของสำนักเหยาไถเซียนได้ยินแน่นอน ดังนั้นสีหน้าของคนที่มาจากเมืองหลวงกลุ่มนี้ย่อมย ่าแย่เป็นธรรมดาแต่ประมุขหอสัตว์บรรพกาลบางคนกลับยังคงพูดต่อ “เหนียงเหนียงนั่นช่างหน้าไม่อายจริงๆ!”คนของสำนักเหยาไถเซียน “…”“แค่ก!”ขันทีในราชสำนักที่กระแอมเสียงหนักผู้นั้นอดเอ่ยไม่ได้ว่า “ว่าร้ายเหนียงเหนียง มีโทษหนักนะ!”“ชิ!”ลูกพี่ใหญ่แห่งหอสัต