นไป ตอนนี้เราเริ่มสอนเสี่ยวเป่าเรียก ‘แม่’ ดีกว่า เขาฉลาดเพียงนี้ ไม่นานย่อมต้องเรียกเจ้าได้เป็นแน่”“ข้าไม่ได้รีบร้อนเสียหน่อย” เยี่ยนอวี๋คัดค้าน“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าจึงได้มองท่านแม่
เยี่ยนอวี๋จุมพิตลูกน้อยในอ้อมกอด แล้วค่อยๆ แก้คำพูด “ท่านแม่ไม่กดดันเสี่ยวเป่า ถึงแม้ท่านแม่อยากได้ยินเสี่ยวเป่าเรียก ‘แม่’มากก็ตาม”“หึ…”ต้าซือมิ่งหัวเราะเบาๆ “ดังนั้นเสี่ยวเป่าต้องพยายาม และเรียก‘แม่’ ให้ได้ไวๆ ท่านแม่ได้ยินต้องดีใจมากแน่ๆ”“อ้ะ!”เยี่ยนเสี่ยวเป่าพยักหน้าอย่างจริงจัง! แสดงออกว่าเขาจะพยายามฝึกเรียก ‘แม่’ ให้จงได้เยี่ยนอวี๋ที่เดิมยังถูก ‘หัวเราะ’ จุมพิตไปยังลูกน้อยที่ตัวนุ่มนิ่ม“เสี่ยวเป่าอย่าได้กดดันไป ค่อยๆ ฝึก นานแค่ไหนแม่ก็จะรอ”“อ้ะเนะ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่า ‘อ้ะเนะเนะ’ สื่อสารกับท่านแม่ของเขาต่อไป ต้าซือมิ่งบางคนต้อง ‘แปล’ สองสามประโยค ‘สามพ่อแม่ลูก’พูดคุยกันอย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ยอย่างไรก็ตามเม่ยเอ๋อร์ก็แทรกเข้าไปไม่ได้แล้ว และนางก็ไม่ได้คิดจะแทรกเข้าไปด้วย เพียงแค่ถอยไปมองเยี่ยนจื่อเสาต่อ เมื่อเห็นว่าเขามั่นคงดีแล้ว ถึงได้พยักหน้าได้และรู้ว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว
จากนั้นเม่ยเอ๋อร์ก็ได้หันไปมองทางอินหลิวเฟิง จวินฮวนและเอ้อร์เหมาบ้าง ทั้งสามคนนี้ผู้ที่ฝึกฌานตบะได้สูงสุดคือจวินฮวน แต่เขายังไม่บรรลุขั้นวิญญาณปฐมภูมิ ดูแล้วคงต้องใช้เวลาอีกหลายวันแต่ทว่ายังคงมีเวลาอยู่ เพราะเยี่ยนอวี๋ยังไ