้าใจว่าลูกน้อย ‘เป็นห่วง’ ตนนั้นยกมือขึ้นลูบๆ ศีรษะโล้นน้อยๆ ของลูกน้อย “ขอบใจเสี่ยวเป่าที่เป็นห่วงพ่อนะ”“อ้ะเนะ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าจึงได้ปล่อยมือลง และไม่ขอให้ท่านพ่อของเขาอุ้มอีก ราวกับว่าเขารู้ว่าท่านพ่อของเขาบาดเจ็บ ไม่สามารถอุ้มเขาได้ ทั้งยังพยายามออกเสียง “…พ่อ” ออกมาด้วยหลังจากนั้น ไม่รอให้ท่านพ่อหรือท่านแม่ของเขาได้สติ เจ้าตัวน้อยบางคนก็ดีใจขึ้นมากะทันหัน และดีดตัวขึ้นลงเล็กน้อย “อ้ะเนะ!”เสี่ยวเป่าเยี่ยมจริงๆ! เรียกถูกแล้ว!
“จ๋า” หรงอี้ตอบด้วยรอยยิ้ม และยกมือขึ้นลูกศีรษะโล้นของลูกน้อยอีกครั้ง พร้อมกับกล่าวชม “เสี่ยวเป่าเยี่ยมที่สุด เรียกพ่อได้น่าฟังมาก แถมยังเรียกถูกด้วย”“ก๊าก…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่หัวเราะเสียงแปลกๆ ใบหน้าสีชมพูนุ่มนิ่มแหงนขึ้นหัวเราะ เรียกได้ว่าไร้ฟัน แต่หัวเราะจนเห็นแค่เหงือกฟันไม่เห็นดวงตาเยี่ยนอวี๋ที่เห็นสองพ่อลูกเล่นกันจึงอดไม่ได้ที่จะหึง! เสี่ยวเป่าเรียกพ่อเป็นแล้ว แต่ยังเรียก ‘แม่’ ไม่เป็นเลย ต้องเป็นเพราะต้าซือมิ่งผู้นี้สอนลูกน้อยเรียก ‘พ่อ’ ตั้งนานแล้วแน่ๆ“บาดแผลของเจ้าถือว่าหายดีแล้วหรือ” เยี่ยนอวี๋ที่แทรก ‘บทสนทนา’ ของสองพ่อลูกคิดในใจ นางไม่ได้ใจแคบแต่อย่างใด นางเพียงแค่…เอาเถอะ นางใจแคบจริงๆ นั่นแหละ…นางอิจฉา“ไม่เป็นอะไรมาก แต่ครึ่งปีนี้อย่าเรียกใช้พลังวิเศษจะดีกว่า” หรงอี้ที่ลูบศีรษะลูกน้อยอยู่ตอบจริงจัง ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า “เจ้าไม่ต้องรีบร้อ