ื้นที่แห่งนี้ถูกกัดกร่อน ไม่มีสิ่งใดอีกแต่ทว่าขณะเดียวกันที่เยี่ยนอวี๋ดมเสร็จ มือเรียวงามดุจหยกแกะสลักได้ปรากฏอยู่ตรงหน้านางแล้ว “ให้ข้า” ต้าซือมิ่งบางคนกล่าวไม่รอให้เยี่ยนอวี๋ปล่อยมือ ต้าซือมิ่งก็จับมือของนางและหยิบเปลือกไข่ชิ้นนั้นไปแล้ว ปฏิกิริยาลื่นไหลประดุจเมฆและน ้าที่ไหลตามธรรมชาติ เป็นธรรมชาติแต่ก็เต็มไปด้วยความหมายเยี่ยนอวี๋ “…”นางอดทนอยู่
แต่ต้าซือมิ่งที่ได้เปลือกไข่ไปแล้วก็ขยี้เปลือกไข่ ‘เบาๆ’ จากนั้นก็มีฝุ่นผงหลุดออกมาอย่างรวดเร็ว เยี่ยนอวี๋รีบใช้มือไปรองรับฝุ่นผงนี้ทันทีดังนั้นในกลุ่มแสงที่เยี่ยนอวี๋สร้างขึ้นทุกคนจึงมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในฝุ่นผงนี้มีแสงสีขาวจางๆ สว่างวูบวาบอยู่“ใช่จริงๆ ด้วย!” ดวงตาเยี่ยนอวี๋เป็นประกาย และสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเสี่ยวอิงได้จางๆ และมีกลิ่นอายแปลกๆ ที่เหลืออีกสองสามกลิ่นปนอยู่ด้วยหากรวมกับไข่ฟองเมื่อครู่แล้ว นี่เป็นฟองที่สองที่มีกลิ่นอายของผู้ใต้บังคับบัญชาของนาง! ที่ต่างกันคือ ฟองก่อนหน้านั้นไม่ได้ ‘ฟักไข่’ แต่ฟองนี้ ‘ฟักไข่’ ไปแล้ว“เหตุใดข้าจึงได้กลิ่นอายแปลกๆ” อินหลิวเฟิงรู้สึกกลัวขึ้นมาอีกครั้ง “หรือว่านี่คือท่าไม้ตายในการหมักสุราของสำนักคุนอู๋”“ดูท่าแล้วหลังจากเข้าเมืองหลวงแล้ว คงต้องไปที่สำนักคุนอู๋ก่อนเสียแล้ว” เยี่ยนอวี๋อยากจะไปสำนักคุนอู๋ตั้งนานแล้ว ตอนนี้แผนการได้ดำเนินการก่อนเวลาเสียอีก “พวกเขาต้องรู้อะไรบางอย่างแน่ๆ”