เขา มือวาดต่อไปไม่หยุดแต่ต้าซือมิ่งได้มาถึงข้างกายนางแล้ว “รู้ว่าข้าตาบอด ก็ต้องรู้ว่าหากเจ้าล้มลง พวกเราทั้งครอบครัวก็ต้องติดอยู่ที่นี่ทุกคน”“เจ้า…”เยี่ยนอวี๋อยากจะตอบโต้ แต่นางก็หายใจเข้าลึกๆ ไม่อยากโต้เถียงกับคนฝีปากเช่นนี้จึงได้ละมือออก แล้วยื่นปากกาให้กับต้าซือมิ่ง “ข้าบอก เจ้าเขียน”“ข้าตาบอด เจ้าเขียนพร้อมข้า”“ข้า…”เยี่ยนอวี๋ที่เงียบไปครู่หนึ่งจับข้อมือของต้าซือมิ่งไว้จริงๆ ถึงแม้จะมีผ้ากั้นอยู่หนึ่งชั้น แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ต้าซือมิ่งยิ้มขึ้นได้!เยี่ยนอวี๋ไม่เห็น ยังคงจับมือคนผู้นี้วาดค่ายกลที่เหลือต่อไประหว่างนี้ก็ได้สอนต้าซือมิ่งว่าควรรวบรวมจิตวิญญาณไว้ที่ใด
ต้าซือมิ่งบางคนที่ไม่ได้ก่อความวุ่นวายเลย วาดค่ายกลได้ตรงตามที่เยี่ยนอวี๋ต้องการแล้ว ดังนั้นก่อนที่นางจะปล่อยมือก็ไม่ลืมที่จะดึงคนออกจากค่ายกลด้วยเพียงแต่ว่า…“กูไหน่ไน! ไม่ดีแล้ว!”อินหลิวเฟิงที่ดูเหมือนพบอะไรบางอย่างตื่นตระหนกขึ้น “จุดศูนย์กลางค่ายกลมีอะไรบางอย่าง!”จุดศูนย์กลางค่ายกลที่เป็นจุดกำเนิดเสียง ‘กรอบแกรบ’ เป็นดั่งที่อินหลิวเฟิงกล่าว มันกำลังก่อตัวเป็นตุ่มหนอง! ดูท่าแล้วคิดจะทำลายค่ายกล“ตรงนี้ก็มี!” อินหลิวเฟิงที่สังเกตเห็นอีกครั้งสามารถเห็นได้ชัดว่าทั้งค่ายกลมีการเคลื่อนไหว ตุ่มหนองกำลังผุดขึ้นมาทีละตุ่มๆแม้กระทั่งบริเวณใต้เท้าของเขาก็มีเช่นกัน“ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว” ต้าซือมิ่งหรงที่ดูเหมือนรู้ว่าต้องเกิดเรื่องเ