อินหลิวเฟิงเงียบ…ต้าซือมิ่งยังเป็นพยานให้เด็กน้อย “เสี่ยวเป่ามีพลังสัมผัสคนสายเลือดเดียวกันที่ไม่ธรรมดา ครั้งแรกที่เราสองพ่อลูกเจอกันได้ก็เป็นเพราะเขาสัมผัสถึงข้าได้ก่อน”เยี่ยนอวี๋จึงนึกถึง ‘การกระทำ’ ต่างๆ ก่อนหน้านี้ของเด็กน้อยนางจึงรู้ว่าต้าซือมิ่งมิได้พูดเกินจริง เพียงแต่ว่าสายเลือดของพ่อแม่และท่านลุงไม่เหมือนกันไม่ว่าอย่างไร พวกเขาก็เหินไปตามที่มาของเสียงในขณะที่พูดคุยกัน ในระหว่างนั้นยังทะลุผ่านม่านสกัดกั้นอวกาศชั้นหนึ่ง ก่อนจะถึง ‘จุดหมาย’“มีกลิ่นอายของพี่รองจริงๆ ด้วย!” เยี่ยนอวี๋ได้กลิ่นอายของพี่รองของนางและเม่ยเอ๋อร์บริเวณหนองที่นองบนพื้น แต่กลับไม่มีกลิ่นของเอ้อร์เหมา“อยู่ด้วยกันมิใช่หรือ” อินหลิวเฟิงประหลาดใจ“เกรงว่าคงถูกลากไปแล้ว” เยี่ยนอวี๋คิดถึงใยหนืดสีเหลืองกำมะถันนั่นก็ได้ข้อเท็จจริงว่า “พี่รองและเม่ยเอ๋อร์คงจะขัดขืนตอนที่ถูกดูดกลืน แต่น่าเสียดายที่ไม่สำเร็จ”
“ส่วนเอ้อร์เหมากลับถูกลากตัวไปง่ายๆ เช่นนั้นรึ” อินหลิวเฟิงกุมขมับ “เจ้างั่งเอ้ย ปกติเวลาที่ข้าไม่อยู่ เขาวิ่งเก่งที่สุดไม่ใช่รึ…”“จุดสิ้นสุดของกลิ่นอายอยู่ที่นี่ มันต่างจากกลิ่นอายจางๆ ที่สะเปะสะปะเมื่อครู่นี้ ทั้งสามคงถูกลากจากตรงนี้ อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ได้อยู่ในโลกใบเล็กๆ ใบนี้แล้ว”หรงอี้ที่สังเกตเห็นสิ่งอื่นที่ต่างออกไปก็แหงนศีรษะมอง ‘ท้องฟ้า’เขาสามารถเห็นโลกอีกด้านหนึ่งของฝีหนองที่อยู่เหนือศีรษะผ่านการมอง