“อะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าฟังรู้เรื่องเขาโบกมืออวบอ้วนของตนไปทางกู้หยวนซูอย่างกระปรี้กระเปร่าพูดกับท่านพ่อของเขาว่า “อ้ะเนะเนะ! อ้ะเนะเนะ…” หญิงคนนี้เป็นคนเลว! จะมารังแกท่านแม่คนงาม…“อืม” ต้าซือมิ่งฟังรู้เรื่อง เขายกมือขึ้นลูบศีรษะโล้นน้อยๆ ของลูกคอยดูกองไฟพลางสังเกตท่านแม่ของเด็กน้อยอย่างใกล้ชิดในขณะเดียวกัน เฉินฉุนเฟิง เฉิงคั่วและคนอื่นๆ ที่ถูกกู้หยวนซูเรียกมาก็รวมตัวกันที่นี่แล้ว พวกเขาเป็นตัวแทนของฝ่ายราชสำนักนอกจากนี้ อินสวินอี้ที่ตกใจก็พาอินหลิวเฟิงรีบเร่งมาที่นี่ แม้แต่อาหารเช้าก็ไม่ได้ทาน เพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอาณาเขตของตนเอง เขาไม่คิดเลยว่ากู้หยวนซูเป็นคนมาหาเรื่องเอง…“คุณหนูใหญ่เกรียงไกร!” คนสำนักเหยาไถเซียนที่มาให้กำลังใจกู้หยวนซูยังส่งเสียงท้ารบให้กู้หยวนซู “หากปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนเก่งกาจจริง ย่อมต้องรับคำท้า!”“มีเหตุผล!” คนสำนักคุนอู๋สำทับ “หากปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนไม่มีความสามารถ แล้วจะเป็นผู้นำแก้ไขอุทกภัยได้อย่างไร นั่นมันเรื่องเหลวไหลแล้ว”
“แค่ก” เฉิงคั่วจำเป็นต้องตามมา เขารู้สึกอึดอัดนัก เขาพูดไกล่เกลี่ยว่า “แม้มีวาจาของต้าซือมิ่ง พวกข้าก็เชื่อว่าปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนมีความสามารถจริง แต่ผู้มีความสามารถย่อมไม่กลัวคำท้าทาย เซ่าซือมิ่งกู้ชื่อเสียงเลื่องลือ ไม่ยอมก้มหน้าให้ผู้ใดเป็นธรรมดา ต้าซือมิ่งท่านว่าจริงหรือไม่”“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่ารู้ว่า ‘ต้าซือมิ่ง’ ก็คือท