ี่แม้แต่ดวงจันทร์ยังต้องละอายประการที่สอง ดวงตาของเขาที่ต่างจากเด็กน้อยสิ้นเชิง มันเสมือนลูกปัดเคลือบสีม่วงระยิบระยับ เปล่งประกายความบริสุทธิ์สุกใสไร้มลทินอยู่ใต้แสงจันทร์…เพียงแค่มองดีๆ เยี่ยนอวี๋ก็อดยอมรับไม่ได้ว่า ที่เด็กน้อยของนางหน้าตาดีเป็นเพราะพ่อเด็กมีหน้าตาดี ใบหน้าเช่นนี้โดดเด่นกว่าคนงามที่นางเคยพบเห็นมากนัก“ใช่หรือไม่”เมื่อมารดาเด็กน้อยดูใบหน้าของต้าซือมิ่งเสร็จแล้ว เขาก็ขอความเห็นจากนางอย่างจริงจังเยี่ยนอวี๋มองด้วยหางตา “ขาวกว่าหมู”ต้าซือมิ่ง “…”เยี่ยนอวี๋ไม่สนใจเขา นางอุ้มเด็กน้อยกลับไปที่ริมแม่น ้าเย่ว์หมิงนอกเมืองโยวตูแล้ว
…“ไม่รู้ว่าปรากฏการณ์เมื่อครู่นี้เกิดจากอะไร” คนทั้งสองฝ่ายที่ริมแม่น ้าเย่ว์หมิงต่างยังคงถกเถียงถึงปรากฏการณ์ท้องนภาอันงดงามที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อย่างขะมักเขม้น“มิทราบ” เฉินฉุยเฟิงผู้เคยพบเจอปรากฏการณ์ท้องนภามามากมายและสามารถจดจำปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่บันทึกไว้ในตำราโบราณได้อย่างดีก็ยังไม่ทราบอยู่ดี อย่างที่ว่ากันไว้ว่า การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด…“เซ่าซือมิ่งกู้รู้หรือไม่ ข้าเคยเห็นแสงสีสันเช่นนี้ปรากฏบนแม่น ้าเย่ว์หมิง” เฉิงคั่วถามกู้หยวนซูที่เพิ่งฟื้นขึ้นมา ฝ่ายหลังมีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย อาการมึนงงก็ไม่รุนแรงเท่าเมื่อครู่นี้แล้วแม้เซ่าซือมิ่งกู้จะถูกดึงพลังวิญญาณไปมาก แต่เพื่อรักษา‘ตัวตน’ ของตนไว้ ปีศาจระกาเก้าเศียรก็มิได้ทำร้ายจนนางถึงแก่ชีวิ