เยี่ยนชิงมองแสงเหล่านั้นอย่างอาลัยอาวรณ์ก่อนจะกลับไปเขียน ‘จดหมายลูกโซ่มรณะ’ ให้บุตรชายคนโต ในจดหมายทุกฉบับมีเพียงประโยคเดียว “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ใกล้จะเข้าเมืองหลวงแล้ว ดูแลเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ให้ดี มิเช่นนั้นข้าไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่!”เยี่ยนหงชวนทนดูไม่ไหวอีกต่อไปส่วนเยี่ยนจื่อเยี่ยที่ได้รับจดหมาย เขาก็กลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในสำนักศึกษาแล้ว เพราะจดหมายที่ส่งมาถี่ๆ ทำให้สหายมากมายต่างถามเขาทุกวันว่า ถูกเร่งเร้าให้แต่งงานหรือ
…ในขณะนั้น ณ หุบเขาบริเวณแม่น ้าลั่วสุ่ยต้าซือมิ่งหรงที่อุ้มลูกที่กำลังนอนหลับลึกอยู่นั้น เขาก็เป็นเพียงผู้เดียวที่ได้เชยชมความงามของเยี่ยนอวี๋ในระยะกราชั้นชิด ถึงอย่างไรเจ้าตัวน้อยก็กำลังหลับลึกมากวิ้งวิ้ง…เยี่ยนอวี๋ที่ถูกแสงสีรุ้งเจิดจ้าปกคลุมรอบตัว ตอนนี้นางก็เป็นเหมือนกับจุดกำเนิดของจักรวาลที่กำลังดูดกลืนพลังไร้นาม ไร้รูปและลึกลับด้วยสายตาที่ไม่ธรรมดาของหรงอี้ ทำให้เขาเห็นได้ว่ารอบตัวของมารดาเด็กน้อยกำลังปลดปล่อยหมู่ดาวโบราณ ท่ามกลางหมู่ดาวเหล่านี้มีกลุ่มแก๊สสีสันแพรวพราว กลุ่มแสงสีขาวส่องเจิดจ้า ดาวยักษ์สีแดงสด และหลุมดำลึกอันลึกลับ…พวกมันเคลื่อนตัวแปรเปลี่ยนตลอดเวลา บางครั้งรวมตัวอย่างแน่นหนา บางครั้งก็กระจัดกระจาย ซึ่งคนที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็คือเยี่ยนอวี๋ เทพีที่ลอยอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว
“สมแล้วที่เป็นปฐมราชินีสร้างโลก” ต้าซือมิ่งหรงนัยน์ตาเป็นประกาย