าก็อยากจะตบหน้าตัวเองแรงๆ สักฉาด! ช่างแม่นยำจริงๆ…“ดูจากสถานการณ์แล้ว เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ปลอดภัยดี คงมีการเลื่อนขั้น” เยี่ยนหงชวนวางใจลงไม่น้อย ไม่ว่าอย่างไร การมีร่างกายที่แข็งแกร่งก่อนจะเข้าเมืองหลวงย่อมเป็นหลักประกันที่ดีที่สุด“เฮ้อ คิดถึงเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์จัง ไม่รู้ว่านางคิดถึงพ่อคนนี้บ้างหรือไม่และก็ไม่รู้ว่าจื่อเสาดูแลเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์และเสี่ยวเป่าหรือเปล่า โชคดีที่ยังมีเม่ยเอ๋อร์ เฮ้อ…” นอกจากเยี่ยนชิงจะคิดอย่างมีความสุขแล้ว เขายังรู้สึกเศร้าโศกเพราะความคิดถึงลูกด้วยเยี่ยนหงชวนเองก็คิดถึงเด็กๆ เหล่านี้เช่นกัน “ครึ่งปีให้หลังก็จะถึงพิธีแต่งตั้งแล้ว หากเจ้าคิดถึงลูกก็พาคนเข้าไปในเมืองหลวงก่อนก็ได้”
“ช่างเถอะ เด็กๆ ในสำนักเพิ่งเริ่มตั้งตัว จำต้องฝึกฝนบำเพ็ญเพียรให้ได้มากที่สุด ไม่มีประโยชน์หากจะไปถึงก่อน จะว่าไปตอนนี้ควรจะส่งสารให้จื่อเยี่ยบอกให้เขาดูแลเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ให้ดี” สำหรับเรื่องในสำนักแล้ว เยี่ยนชิงหนักแน่นเสมอ ทว่าเมื่อเป็นเรื่องของบุตรสาวสุดที่รักของเขา…“เจ้าส่งจดหมายให้จื่อเยี่ยหลายฉบับแล้ว” เยี่ยนหงชวนเตือนเขาอย่างไม่สบอารมณ์นัก “จื่อเยี่ยคงตอบจดหมายเจ้าไม่ทันแล้ว เจ้ายังจะส่งอีกรึ”“ข้ากลัวว่าเขาจะลืมน่ะ! เจ้าหมอนั่นจากไปนานเช่นนี้แล้ว ไม่รู้ว่าโตขึ้นบ้างหรือยัง คำพูดของข้า เขาจะทำหูทวนลมหรือเปล่าก็ไม่รู้ไม่ได้การแล้ว! ข้าต้องส่งไปอีกสักฉบับ”หลังจากที่แสงสีรุ้งมลายหายไป