หรงอี้วางพืชตะไคร่น ้าในมือลง ก่อนจะมองไปที่มารดาของเด็กน้อย เขาเห็นนางกำลังอุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมอกมิได้มองไปที่เขา เขาอดยิ้มขึ้นไม่ได้ “เจ้ามองตาข้าสิ”“หืม?” เยี่ยนอวี๋เงยหน้าขึ้น นางมองดวงตาประกายแสงสีม่วงสดใสของต้าซือมิ่ง แสงนั้นช่างชัดเจนและสุกใสราวกับเด็กแรกเกิดเยี่ยนอวี๋หลุบตาลงเล็กน้อย…เพราะว่าสายตาของต้าซือมิ่งในตอนนี้ต่างจากปกติอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเขาในยามนี้ก็จ้องมองนางด้วยดวงตาสุกใสราวกับกระจกพูดขึ้นว่า “ข้าทำได้”เยี่ยนอวี๋มองไปที่เขาอีกครั้ง พลันถามว่า “เจ้ามิใช่คนในสามภพ?”“อืม” ต้าซือมิ่งผู้ซื่อสัตย์ก็ตอบนางด้วยความสัตย์ซื่อเยี่ยนอวี๋มองกลับมา นางรู้ว่าบิดาของเด็กน้อยหนีไปไหนไม่ได้แน่ นอกจากหน้าตาเหมือนกันแล้ว ยังสอดคล้องกับ ‘ตัวตน’ ของเขาที่นาง ‘มองไม่เห็น’ ในครานั้นคนเช่นกู้หยวนเหิง เพียงแค่นางหลุดออกจากสามภพก็เห็นเขาได้แล้ว ทว่าต้าซือมิ่งท่านนั้น เกรงว่าจะทำไม่ได้จริงๆ นางไม่เคยพบเจอเขาทั้งในความฝันและความทรงจำที่ผ่านมา
“หาววว…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่กินอิ่มและเริ่มง่วงแล้วก็หาวหวอดเสียงหาวน้อยๆ นั้นดึงสติเยี่ยนอวี๋กลับมา นางจึงกล่อมเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน “นอนเถอะ”“อ้ะ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่ากลับชี้ไปที่ท่านพ่อของเขาอย่างไม่วางใจเขากำลังบอกให้ท่าแม่ของเขาช่วยเฝ้าท่านพ่อหน่อย ห้ามให้ท่านพ่อหนีไปในขณะที่เขาหลับต้าซือมิ่งเข้าใจโดยที่เยี่ยนอวี๋มิต้องพูดอะไรทันที เขากุมขมับก่อนจะส