แต่ความจริงปรากฏอยู่ข้างหน้าเขาอย่างชัดเจน เลือดของเขาไม่สามารถผสานรวมกับเลือดของเจ้าตัวน้อยได้หยดเลือดสะท้อนแสงสีม่วงอ่อนๆ ของเขาไม่สามารถดูดรับหยดเลือดของเจ้าตัวน้อยเข้าไป เรื่องนี้ทำให้เขารับไม่ได้ ถึงแม้เขาจะรู้มาตลอดว่าเลือดของเขาศักดิ์สิทธิ์ดุจเทพ ไม่ว่าสิ่งใดก็มิอาจเจือปนเข้าไปในเลือดของเขาได้ รวมถึงสิ่งมีพิษต่างๆ แต่ว่า…“นี่มันเลือดของลูกชายข้า!” ต้าซือมิ่งขมวดคิ้ว เขายอมรับความจริงนี้ไม่ได้ “เขาเป็นทายาทของข้า มิใช่สิ่งของอื่น! ไม่ใช่… ”จากนั้นต้าซือมิ่งที่ไม่ยอมก็ทดลองซ ้าแล้วซ ้าเล่า แต่แล้วถึงแม้ว่าหยดเลือดของเขาจะ ‘กลืนกิน’ หยดเลือดของเจ้าตัวน้อยอยู่นานเพียงใดก็ไม่สามารถหลอมรวมหยดเลือดของเขาได้ ทำอย่างไรก็รวมกันมิได้ต้าซือมิ่ง “…”เขาจึงเก็บเลือดสองหยดนั้นเข้าไปในถุงอย่างเงียบๆ‘ครอกฟี้…’ตลอดการทดลองนี้ เด็กน้อยยังคงหลับไม่รู้เรื่อง เขาไม่รู้เลยว่าท่านพ่อของเขาเผชิญกับปริศนายิ่งใหญ่อันดับสองของชีวิตเข้าเสีย
แล้ว เรื่องนี้ทำให้ท่านพ่อของเขาตกอยู่ในความสงสัยครั้งใหม่ของชีวิตสำหรับต้าซือมิ่งแล้ว เขาเพิ่งยอมรับเจ้าก้อนน้อยตัวนี้เป็นบุตรชายของเขา ทว่า… ผลการทดสอบการหลอมรวมโลหิตกลับไม่เป็นดั่งที่เขาคิด“เป็นไปได้อย่างไร”ต้าซือมิ่งขมวดคิ้วจนเป็นปม เขายังคงมั่นใจว่านี่คือลูกของเขา!แต่เหตุใดเลือดของเด็กน้อยจึงไม่สามารถผสานรวมกับเลือดของเขาได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาควรนำหลักฐานอะไรมา