งไม้ลงมือตอนนี้เล่าแต่ว่า…เซ่าซือมิ่งผู้สวมชุดขาวทั้งตัวอีกคนก็เอ่ยขึ้นว่า “เซ่าซือมิ่งกู้เป็นคนของตำหนักซือมิ่งของข้า มีต้าซือมิ่งคอยปกป้อง แม้ต้าซือมิ่งไม่ได้สั่งให้เจ้าปล่อย แต่เรื่องโจ่งแจ้งเช่นนี้ เจ้าเป็นเพียงสาวใช้ อย่าก่อเรื่องจะดีกว่า”ชายที่กล่าวคือเซ่าซือมิ่งเฉิน เขาชื่อเฉินฉุนเฟิง เป็นผู้นำของกองกำลังชั้นยอดแห่งตำหนักซือมิ่ง เขามีอายุไม่น้อยแล้ว เป็นชายชราวัยหกสิบ แต่ดวงตาสดใสและผมดกดำของเขาทำให้เขาดูเหมือนชายวัยสามสิบอินสวินอี้ได้ยินดังนั้น เขาก็ยิ้มพูดว่า “หึๆ ข้าคิดว่าต้าซือมิ่งไม่ประสงค์เช่นนั้น ดังนั้นพวกเรารักษาสถานการณ์ตอนนี้ไว้ ต่างฝ่ายต่างปักหลักในพื้นที่ของตนจะดีกว่า รอผู้ใหญ่สองท่านคุยเสร็จแล้วค่อยเจรจากัน”“แต่ว่า…” แม่ทัพสำนักเหยาไถเซียนกำลังจะโต้เถียง กู้หยวนซูที่เพิ่งตั้งสติขึ้นได้ก็พูดขึ้นว่า “ย่อมได้ รอต้าซือมิ่งกลับมา ตัวข้าเซ่า
ซือย่อมสงบปากสงบคำ บัดนี้ให้สาวใช้โง่เขลาและป่าเถื่อนจับกุมไว้ก็มิเป็นไร”เม่ยเอ๋อร์ได้ยินดังนั้น…เปรี้ยง!นางซัดฝ่ามือไปที่กู้หยวนซูจนนางกระเด็นไปอีกฝั่งหนึ่งทันที ทำเอาทั้งสองฝ่ายตกใจจนหน้าเปลี่ยน!เม่ยเอ๋อร์กลับพูดขึ้นว่า “เจ้าพูดถูก ข้าโง่เขลาและป่าเถื่อน พลังก็จะเยอะเป็นธรรมดา หากทำอะไรเจ้าไปเจ้าก็ต้องทน ช่วยไม่ได้ ข้าเป็นเช่นนี้แต่กำเนิด”กู้หยวนซู “…แค่กๆ”นางสำลักฝุ่นออกมา ในที่สุดก็รู้ว่าไม่ควรหาเรื่องเม่ยเอ๋อร์ นางจึงเหลือบม