องเม่ยเอ๋อร์เงียบๆ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ทว่าเม่ยเอ๋อร์ไม่สนใจแม้เพียงน้อยส่วนคนของราชสำนัก พวกเขาอยากจะประท้วง แต่เม่ยเอ๋อร์นั่งขัดสมาธิลงกับพื้นแล้ว พลังพิฆาตรอบตัวนางยังแผ่ซ่านออกมาไม่หยุด ราวกับกำลังรอให้มีคนคัดค้าน นางจะได้แสดงฝีมืออย่างป่าเถื่อนสักตั้ง!เฉิงคั่วเห็นดังนั้นก็รีบสั่งการ “ทุกท่าน ตั้งค่ายเถิด!”“แต่ว่า…”
“ไม่มีแต่ว่าแล้ว สาวใช้ผู้นี้ พวกเจ้าอย่าเห็นนางเป็นสาวใช้ธรรมดา! นางเป็นคนสังหารผู้พิทักษ์สายฟ้าต่อหน้าประมุขสูงสุดหยางเชียวนะ!” เฉิงคั่วจำเป็นต้องอ้างผลงานการต่อสู้ของสตรีเหล็กท่านนี้ฝ่ายราชสำนัก “…”พวกเขาที่แต่เดิมต่างโกรธกริ้วราวกับไก่ที่ถูกบีบคอจนหน้าดำหน้าแดง ทว่ายามนี้ก็ไม่มีใครกล้าต่อต้านสาวใช้คนนั้นอีก ถึงอย่างไรคำเตือนของเฉิงคั่วก็ทำให้พวกเขาคิดถึงสงครามระหว่างคุนอู๋และชางอู๋ที่แพร่สะพัดในเมืองหลวง ว่ากันว่าศึกสงครามครั้งนั้นมีสตรีชุดดำขั้นถอดจิตท่านหนึ่งปรากฏตัว นางคือสาวใช้ของปราชญ์มหาสำนักเยี่ยน นางมาจากสถานที่ลึกลับ และมีวิชาลึกลับ ทั้งยังมีความสามารถลึกลับด้วย!“นางเองหรือ” เฉินฉุนเฟิงไม่คิดว่าจะมีคนผู้นี้อยู่จริงๆ เขาคิดว่าข่าวลือในเมืองหลวงเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น “หากสำนักชางอู๋มีผู้แข็งแกร่งเพียงนี้ เหตุใดจึงตกอับเช่นนี้เล่า”“ใช่แล้ว ข้าเห็นมากับตาตนเอง!” เฉิงคั่วไม่อยากพูดถึงสงครามครั้งนั้นอีก เพราะสงครามครั้งนั้นทำให้สำนักคุนอู๋อับอายน