ิ่งๆของเขาทำให้เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ถูกท่านแม่อุ้มไว้กระสับกระส่ายไปมา เด็กน้อยที่สัมผัสได้ถึงความพยาบาทระหว่างท่านพ่อและท่านแม่ เขาก็ร้อนรนจนเหงื่อแตก ศีรษะน้อยโล้นๆ ของเขาร้อนระอุจนเหงื่อไหลพลั่ก“…”เยี่ยนเสี่ยวเป่าทำท่าจะปริปากอธิบายให้ท่านแม่ของเขาฟัง แต่เรื่องมันยาวเกินไป เขากลับส่งเสียงอะไรไม่ออกเลย เขารู้สึกกระวนกระวายใจนักกระวนกระวายจนคำว่า ‘อ้ะ’ และคำว่า ‘เนะ’ เป็นพันหมื่นคำของเขา เปล่งออกมากลายเป็นคำว่า “… พอ!” เพียงคำเดียวคำว่า ‘พอ’ อันแผ่วเบาที่เปล่งออกมานี้ เยี่ยนอวี๋มิได้สนใจในตอนแรก แต่ว่านางสัมผัสถึงความกระสับกระส่ายของเด็กน้อยได้นางจึงลูบหลังของเด็กน้อยพลางจ้อมองต้าซือมิ่งแต่แล้ว…เสี่ยวเป่าน้อยจิ้มลิ้มที่ปรับเสียงในลำคอเสร็จแล้ว จู่ๆ เขาก็เอ่ยปากอีกครั้ง เขาส่งเสียงเรียกไปทางศัตรู “พ่อ!” อย่างชัดถ้อยชัดคำและได้มาตรฐาน!
เยี่ยนอวี๋ “!”ฝั่งราชสำนักตัวสั่นสะท้าน! พวกเขาต่างรู้สึกถึงภัยอันตรายอันคลุมเครือจากเด็กน้อย ทว่าไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นว่า เจ้าก้อนน้อยที่เล่นงาน ‘พวกเขา’ กำลังมองไปที่คนที่ดี (น่ากลัว) ที่สุดในค่ายและส่งเสียงเรียก “พ่อ”มิหนำซ ้า พวกเขาไม่รู้ด้วยว่าภัยอันตรายที่ทำให้พวกเขาตัวสั่นสะท้านก็คือคำว่า “พ่อ” คำนี้ บางคนยังได้ยินไม่ชัดเลยว่าเด็กน้อยเปล่งคำว่า “พ่อ” ออกมา เพราะหลายๆ คนที่เตรียมพร้อมสู้รบอยู่นั้นต่างกำลังจ้องมองศัตรูของตนอย่างตึงเครียด พวกเขาไม่มี