้วว่าหน้าตาของตนสู้เยี่ยนอวี๋ไม่ได้เพราะว่าความงามของเยี่ยนอวี๋เป็นความงามที่ไม่ว่านางจะหาที่ติอย่างไรก็หาไม่เจออันที่จริงเหล่าผู้คนในค่ายราชสำนักเองก็ตะลึง พวกเขาถึงกับอุทานจากก้นบึ้งหัวใจ “สตรีนางนี้… งดงามนัก”ถึงแม้ว่าเฉิงคั่วเป็นคนที่เคยเจอเยี่ยนอวี๋เป็นครั้งที่สองแล้ว เขาก็ยังตะลึงในความงามของนาง แต่อย่างน้อยเขาก็ตั้งสติได้เร็วกว่าคนอื่น จากนั้นเขาก็คิดบางอย่างขึ้นได้“เฉิงคั่วคารวะต้าซือมิ่งขอรับ!” เฉิงคั่วคุกเข่าลงบนพื้นทันที เสียงขานเรียกของเขาไม่หนักแน่นนัก ก่อนจะรู้ตัวว่าตนได้เจอต้าซือมิ่งตัวจริงแล้ว!ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เฉิงคั่วรู้อยู่แล้วว่าต้าซือมิ่งอยู่ที่นี่ ทว่าต้าซือมิ่งผู้ทำตัวลึกลับประหนึ่งเทพมังกรเห็นหัวไม่เห็นหางท่านนี้โดยทั่วไปแล้วจะไม่ปรากฏต่อหน้าผู้คน“ต้าซือมิ่ง!”
“คารวะต้าซือมิ่ง!”คนราชสำนักทุกคนที่ถูกเฉิงคั่วดึงสติกลับมาต่างคุกเข่ากันเป็นพัลวัน จากนั้นพวกเขาก็เงียบเป็นเป่าสากราวกับหวาดผวาสุดขีด ทำเอาเม่ยเอ๋อร์และเยี่ยนจื่อเสาระวังตัวขึ้นมาทันที “เขาก็คือต้าซือมิ่งหรือ”“ใช่แล้ว” อินหลิวเฟิงยืนยัน ใจเต้นตุ๊มๆต้อมๆ เพราะต้าซือมิ่งหรงในบัดนี้ยืนอยู่ฝั่งกองทัพฝ่ายศัตรู! ถึงแม้ ‘กองทัพ’ ที่ตั้งขึ้นนี้เป็นเพราะกู้หยวนซูรวบรวมมาก็ตามทว่าอินหลิวเฟิงยังคงเป็นกังวล เพราะต้าซือมิ่งมาช่วยแก้ไขปัญหาอุกทกภัยก็เป็นบุญมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้ามาพัวพันกับสงครามอำนาจระหว่างราช