เมื่อต้าซือมิ่งหรงรู้ว่าสตรีนางนี้ไม่เพียงสามารถควบคุมกระบี่ไท่ชางและได้รับมรดกจากตำหนักไท่ชาง นางยังสามารถใช้ค่ายกลไร้ขีดจำกัดแห่งหยวนชูได้ เขาก็พอจะคาดเดาได้แล้ว ทว่าเขารู้ว่าบัดนี้
มิใช่เวลามาพิสูจน์ความคิดในใจของเขา เขาต้องช่วยสตรีนางนี้เสียก่อน เขาจึงนั่งขัดสมาธิลงข้างหลังมารดาเด็กน้อย“…”แสงสีม่วงอร่ามไร้เสียงผสานตัวเข้าไปในห้วงอวกาศโบราณที่ส่องแสงระยิบระยับดั่ง ‘หิ่งห้อยที่อ้อยอิ่ง’ ในทันที ทันใดนั้นมันก็สาดส่องไปยังทางเข้าของสถานที่แห่งนี้ในขณะเดียวกัน…“อั่ก!”กู้หยวนซูที่อยู่ริมแม่น ้ากระอักเลือดทันที! พลังลมปราณของนางถดถอยอย่างรวดเร็วหากไม่ใช่เพราะกู้หยวนซูกางค่ายกลป้องกันไว้ในค่าย บัดนี้คงสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณแล้ว ทว่าความรุนแรงนี้ก็ทำให้กู้หยวนซูล้มลงบนพื้นจนเกือบจะตายไป ซ ้ายังไม่มีผู้ใดเข้ามาดูอาการของนางหากไม่ใช่เพราะนางยังเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้ายและทานยาชุบชีวิตทันเวลา นางคงเสียชีวิตไปแล้ว“เกิดอะไรขึ้น” หลังจากกู้หยวนซูตั้งสติจากอาการหวาดผวาอยู่แล้วก็รีบถามร่างวิญญาณปราชญ์ผู้ล่วงลับในอนุสติ ฝ่ายหลังกลับทรุดหนักกว่านาง ‘เขาพบเราแล้ว! เขาเข้าไปแล้วจริงๆ ด้วย ทั้งยังโจมตีข้าด้วย!’
“เช่นนั้นตอนนี้เราควรทำอย่างไร” สีหน้ากู้หยวนซูไม่สู้ดีนัก“เขาคงไม่ไล่ตามข้าออกมาหรอกนะ? เขา…”‘อย่าได้กังวล ยามนี้เขาไม่มีเวลาสนใจพวกเราหรอก เขากำลังกำจัดรอยสึกกร่อนที่พวกเราสร้างไว้บนตัวของม