มรู้สึกหน่อยคงไม่ได้ “ดีนะที่ข้าไม่เคยบาดหมางกับคนผู้นี้”“มิเช่นนั้นท่านถูกแขวนแล้วโบยตียังจะเบาไป” เอ้อร์เหมาตอบตามจริงอินหลิวเฟิง “…”คนใช้ที่ซื่อสัตย์มากไปนี้ไม่อยากเก็บไว้จริงๆว่าไปแล้ว เหตุใดครั้งนี้เขายังพาเอ้อร์เหมามาด้วยล่ะ…ไม่ว่าในใจอินหลิวเฟิงจะบ่นมากเพียงใด เขาก็คาดไม่ถึงเลยว่าเจ้าเมืองเมืองโยวตูที่เห็นฉากนี้ก็กำลังคิดถึงเขาอยู่เช่นกัน “ไม่รู้ว่าต้าซือมิ่งจะหัวรั้นหรือไม่ แล้วชีวิตน้อยๆ ของหลิวเฟิงจะรักษาไว้ได้หรือไม่”“ท่านอ๋อง ท่านว่าอย่างไรนะ” ทหารอารักขาถามกลับอย่างไม่เข้าใจกษัตริย์เมืองโยวตูรีบตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “อะไรที่ไม่ควรรู้! ก็อย่าถามสุ่มสี่สุ่มห้า อยากถูกฆ่าปิดปากหรืออย่างไร”ทหารอารักขา “…”
เขาคิดว่าท่านอ๋องมีเรื่องจะบัญชา คาดไม่ถึงว่าอาการพูดเองเออเองกำเริบขึ้นมาอีกแล้วระหว่างพูด อินสวินอี้ก็สัมผัสได้ถึงความแปรปรวนบนอากาศยิ่งชัดเจนมากขึ้น เขาจึงรีบกล่าวด้วยท่าทางจริงจังว่า “มีสติหน่อย ควักสติของพวกเจ้าออกมาซะ!”“พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง!” ทหารอารักขาของจวนอ๋องต่างเงยหน้าแล้วครุ่นคิด จากนั้นก็นำรูจมูกชี้ไปยังจุดศูนย์กลางของความแปรปรวนบนอากาศอินสวินอี้พยักหน้าพอใจ “ใช่แล้ว ต้องเป็นแบบนี้สิ ทำต่อไป!”จากนั้น…วิ้งๆ ความแปรปรวนอย่างต่อเนื่องบนอากาศ พุ่งออกมาทางที่เหล่าทหารอารักขาได้ยื่นรูจมูกออกไป! ทหารอารักขารอบๆ จึงรีบดึงสติกลับมา ยืนหยัดที่จะไม่ใช้ตามองอีกฝ่าย จะต้องใ