“ฝ่าบาท?”เฉาหมิงเฉิงที่ถูกสะกิดให้ตื่นถึงได้รู้ว่าตนเสียกิริยามากเพียงใดทว่าเขาในตอนนี้ไม่สนใจเรื่องพวกนี้แล้ว ที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าคือการเสียกิริยาของหยวนคังฮ่องเต้!“นาง! นางจริงๆ…” หยวนคังฮ่องเต้เอ่ยพึมพำเสียงเบาไม่หยุดเห็นได้ชัดว่าพระองค์หายใจถี่กราชั้นขึ้น นัยน์ตาค่อยๆ ลุกเป็นไฟ “นี่คือเทพธิดาที่ข้าฝันเห็น!”“อย่างไรนะพ่ะย่ะค่ะ” เฉาหมิงเฉิงตกตะลึงในฐานะที่เป็นขันทีคัดเลือกหญิงงาม เฉาหมิงเฉิงทราบดีว่าที่หยวนคังฮ่องเต้ได้ขยายการคัดเลือกหญิงงามให้กว้างขึ้นก็เพราะพระองค์เคยฝันถึงเทพธิดาผู้งดงาม งามแท้ งามจรัส งามอย่างหาที่เปรียบมิได้ท่านหนึ่งทว่าตามที่หยวนตังฮ่องเต้พรรณนามานั้น เทพธิดาท่านนั้นถูกปกคลุมด้วยแสงสีสันสวยงาม เขาเพียงแค่ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของนางอย่างเลือนรางเท่านั้น มิสามารถพรรณนาถึงโฉมหน้าของนางได้อย่างชัดเจนบัดนี้…“เป็นคุณหนูใหญ่เยี่ยนเองหรอกหรือ” เฉาหมิงเฉิงเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ ทว่าก็รู้สึกสมเหตุสมผล สมเหตุสมผลน่ะ!
นอกจากหญิงงามเช่นนี้แล้ว ใครหน้าไหนจะคู่ควรกับคำว่างามแท้ได้อีกมีคุณหนูใหญ่เยี่ยนผู้เป็นดั่งหยกไข่มุกอยู่ตรงหน้า หญิงงามที่เหลือก็เป็นเพียงตัวประกอบเท่านั้น ไม่คู่ควรที่จะกล่าวถึง! ไม่คู่ควรเลยจริงๆ มิน่าฝ่าบาทถึงได้มิอาจลืมได้ลง“ข้าจะเชิญนางเข้าวัง!” หยวนคังฮ่องเต้มีความรู้สึกว่าสูญเสียบางอย่างไปย่อมได้บางอย่างกลับคืน ราวกับเป็นที่รักของสวรรค