“สำนักหนานซาน... ช่างวางอำนาจบาตรใหญ่เสียจริง!”
แม้กลุ่มคนของสำนักหลิงเซียนจะเหาะเหินออกมาไกลพอสมควรแล้ว แต่สุรเสียงเกรี้ยวกราดของเจ้าสำนักหนานซานยังคงแว่วมาตามสายลม ประหนึ่งเสียงฟ้าคำรามที่ไล่หลังมาติดๆ ทำให้เจ้าสำนักหลิงเซียนอดไม่ได้ที่จะแค่นเสียง ฮึ่ม ในลำคอด้วยความขัดเคือง
ทว่าบรรดาศิษย์และผู้อาวุโสคนอื่นในสำนักหลิงเซียนกลับไม่มีใครเอ่ยปากวิจารณ์สิ่งใด สายตาของทุกคนทำเพียงเหลือบมองไปทางจางอวิ๋นเป็นจุดเดียว
ก่อนหน้านี้… ภาพที่จางอวิ๋นวิ่งหน้าตั้งออกมาจากป่า พร้อมตะโกนแหกปากร้องขอความช่วยเหลือราวกับหมูถูกเชือด ป่าวร้องว่าถูกผู้อาวุโสห้า หก และเจ็ดแห่งสำนักหนานซานไล่ล่าสังหารยังติดตา… แต่ทว่า ผ่านไปร่วมหนึ่งชั่วยาม เงาหัวของสามผู้อาวุโสนั่นกลับไม่โผล่มาให้เห็นแม้แต่คนเดียว!
หากจะบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจางอวิ๋น พวกเขาคงต้องตาบอดแน่ๆ ที่จะยอมเชื่อ!
จางอวิ๋นหาได้ใส่ใจสายตาเคลือบแคลงเหล่านั้นไม่ เขาเพียงปรายตามองไปที่เมิ่งจงแวบหนึ่ง
ทันทีที่สบตา เมิ่งจงก็สะดุ้งโหยง รีบหลบสายตาหนีเป็นพัลวัน
จางอวิ๋นหัวเราะ หึ ในใจอย่างเย็นชา
“ผู้อาวุโสเก้า… โอสถสร้างทารกวิญญาณเม็ดนั้น เจ้าสนใจจะปล่อยต่อหรือไม่?”
ฉับ