ระหว่างเส้นทางเหาะเหินจากป่าหนานเฟิงมุ่งหน้ากลับสู่สำนักหลิงเซียน
“หืม?”
จางอวิ๋นสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่อกเสื้อ จึงล้วงมือเข้าไปหยิบหินส่งเสียงที่กำลังสั่นระริก วูบ… วูบ… ออกมาดู
“ของผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานซานงั้นรึ?”
เขาหรี่ตามองตำหนิเล็กๆ ที่ตนแอบทำสัญลักษณ์ไว้
ก่อนหน้านี้ตอนลงมือเก็บกวาดซากสงคราม เขาได้ทำตำหนิไว้บนหินส่งเสียงของพวกระดับผู้อาวุโสสำนักหนานซานแต่ละคนเพื่อจะได้แยกแยะตัวตนได้ง่าย
ทว่าประเด็นสำคัญในยามนี้คือ… หินส่งเสียงก้อนนี้มันดังขึ้นมาได้อย่างไร?
ระยะทางระหว่างเขากับลานกว้างหน้าป่าหนานเฟิงในเวลานี้ ห่างกันไกลเกินห้าลี้ไปมากโขแล้ว ต่อให้มีคนพยายามส่งกระแสจิตติดต่อมา มันก็ไม่ควรจะรับสัญญาณได้…
หลังจากครุ่นคิดด้วยความฉงนอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจถ่ายเทลมปราณกระตุ้นหินส่งเสียงดู
ทันใดนั้น น้ำเสียงเกรี้ยวกราดที่เต็มไปด้วยความร้อนรนก็ดังออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ผู้อาวุโสใหญ่! เจ้าเข้าไปทำบ้าอะไรในเขตป่าชั้นใน!?”
“ผู้อาวุโสใหญ่! ทำไมไม่ตอบกลับ!?”
“ผู้อาวุโสใหญ่… หรือว่าเจ้าไปค้นพบสมบัติวิเศษอะไรเข้า!?”
…
สุรเสียงนี้ชัดเจนว่าเป็นของเจ้าสำนักหนานซาน
“หึ… ตามรอยกำไลฝึกตนพวกนั้นไป