ขาวดั่งหิมะของนางก็เคาะไปที่หลุมดำที่อยู่ข้างกาย แสงสีม่วงเข้มปรากฏขึ้นเหนือหลุมดำ ก่อนจะรวมตัวเป็นลายเส้นแสงแห่งดาวเหนือเจ็ดดวงวิ้ง’!วื้งๆ!…ความเคลื่อนไหวไร้ที่มาปะทุขึ้นพร้อมกัน!ผ่านไปครู่หนึ่ง ม่านหมอกสีดำส่งกลิ่นเหม็นก็ทะลักออกมาจากหลุมดำราวกับน ้าป่าไหลหลาก และมันก็พุ่งไปทางต้าซือมิ่งประหนึ่งฝูงหมาป่าที่โหยหิวกำลังจะกัดกินเขา
เห็นได้ชัดว่าหมอกหนาเมื่อครู่นี้นั้นเป็นเพียงอาหารเรียกน ้าย่อยหมอกที่ทะลักออกมาในยามนี้ถึงเป็น ‘อาหารจานหลัก’ ที่เยี่ยนอวี๋มอบให้ต้าซือมิ่ง“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าตะลึงงัน หากไม่ใช่เพราะมีม่านบางๆ ชั้นหนึ่งคุ้มกันเขาออกจากน ้าในแม่น ้าไว้ อาการตะลึงงันของเขาคงทำให้เขาสำลักน ้าจนร้องไห้ไปแล้วต้าซือมิ่งที่ติดอยู่ในมวลหมอกหนาแน่นและเหม็นนั้นก็แสดงสีหน้าเหยเกเล็กน้อย เพราะว่ามวลหมอกนี่เหม็นมากจริงๆ! กลิ่นของมันเหม็นราวกับปลาเค็มที่บูดจนส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยว“…ดังนั้น ข้าได้นางแล้วทิ้งจริงๆ?” ต้าซือมิ่งแสดงสีหน้าประหลาดเขาไม่รู้ว่าควรแสดงความคิดในใจของตนอย่างไร ตัวเขาเองมั่นใจเต็มร้อยว่าเขาไม่เคยปฏิบัติไม่ดีกับผู้ใด เพราะว่าเขาเป็นพรหมจารี!พรหมจารี! พรหมจารี! คำสำคัญต้องพูดย ้าสามครั้ง…ทว่าคำยืนยันนี้ช่างอ่อนแอและซีดเซียวเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาในฉบับย่อคนนั้น ยิ่งเมื่อคิดถึงสัมผัสพิเศษระหว่างเขาและเด็กน้อยคำยืนยันก็ยิ่งไร้น ้าหนัก“หรือว่าข้าต้องกลับไปตำหนักซือมิ่งอี