ด็กน้อยที่กำลังตื่นเต้นพลางพูดขึ้นอย่างเนิบช้าว่า “มันมีกลิ่นอายของวิญญาณอสูร”“เจ้าสัมผัสได้ตั้งแต่แรกแล้วหรือ”เยี่ยนอวี๋ส่ายศีรษะ “เปล่า กลิ่นอายวิญญาณอสูรเบาบางนี้มีระดับสูงกว่าวิญญาณอสูรผีเสื้อราตรี ข้าเองก็เพิ่งสัมผัสได้เมื่อครู่นี้”นี่ก็เป็นเหตุผลที่นางไม่ปล่อยให้เด็กน้อยที่กำลังตื่นเต้นเข้าใกล้ปีกแห่งมังกรทว่าต้าซือมิ่งให้ของอันตรายเช่นนี้กับเด็กน้อยของนางหมายความว่าอย่างไรกัน?คนๆ นั้นมีระดับฌานตบะสูงเช่นนั้น นางเชื่อว่าเขาน่าจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายในปีกแห่งมังกรตั้งแต่แรกแล้ว“เจ้ารู้ก็ดีแล้ว แต่ข้าขอบอกก่อนว่า ที่หอจวินเป่าไม่ได้เตือนเจ้าเป็นเพราะหอจวินเป่ารู้ว่าข้าจะบอกเจ้าเอง” อินหลิวเฟิงไม่รู้ว่าเยี่ยนอวี๋คิดอย่างไร เขาเพียงแค่ต้องการช่วยหอจวินเป่าชี้แจงและถือโอกาสช่วยชี้แจงให้ต้าซือมิ่งด้วยบอกตามตรง เขาไม่รู้เลยว่าเหตุใดคุณหนูใหญ่เยี่ยนจึงดูอาฆาตพยาบาทต่อต้าซือมิ่งนัก
แต่ว่า… ด้วยสัญชาติญาณการเอาชีวิตรอด อินหลิวเฟิงคิดว่าเขาไม่ควรปล่อยให้นางมีความบาดหมางต่อไป เขาไม่อยากเป็นศัตรูกับต้าซือมิ่งบุคคลระดับนั้นหรอกนะ!แต่แล้ว…“เขาให้ประโยชน์อะไรแก่เจ้าหรือ”