สถานการณ์อย่างไร เห็นได้ชัดว่าต้าซือมิ่งเห็นหน้าตาของเด็กน้อยคนนั้นชัดเจนแล้ว และคงพอจะคาดเดาได้แล้ว แต่ต้าซือมิ่งท่านนี้ไม่รู้ว่าเป็น ‘เชื้อ’ ของตนเองจริงๆ ด้วย!คำพูดเช่นนี้…ครั้นอินสวินอี้อยากจะให้คำแนะนำแก่ต้าซือมิ่งราชสำนักในฐานะที่เป็นผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน แต่ในขณะที่เขากำลังจะปริปากพูดนั้น ต้าซือมิ่งราชสำนักกลับหยิบกระจกบานหนึ่งขึ้นมาส่อง
เอ่อ… อินสวินอี้ปาดเหงื่อ ทันใดนั้นก็ไม่รู้จะเอ่ยอย่างไรดีอีกแล้วและต้าซือมิ่งราชสำนักที่กำลังส่องกระจกอยู่นั้น เขาก็พินิจพิเคราะห์หน้าตาของตนเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นว่า “เจ้ารู้แต่แรกอยู่แล้วหรือว่าเขาหน้าตาเหมือนข้า”อินสวินอี้รู้ดีว่านี่เป็นคำถามที่ตอบยากนัก เขารีบส่ายศีรษะและพูดอย่างรอบคอบว่า “ไม่ๆๆ ต้าซือมิ่งท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงแค่รู้สึกว่าหน้าตาคล้ายคลึงกัน แต่ก็มิได้มั่นใจ เพราะเด็กคนนั้นยังอ้วนท้วน หน้าตาก็… ก็ดูไม่ค่อยออกนัก…”“โกหก” ต้าซือมิ่งมองอินสวินอี้ ฝ่ายหลังขาสั่นทันที!แต่เพื่อรักษาชีวิตตนเองไว้ อินสวินอี้ยังคงพูดอย่างกล้าหาญว่า“เรียนต้าซือมิ่ง ข้าไม่มั่นใจจริงๆ ถึงอย่างไร… ถึงอย่างไรท่านก็เป็นถึงต้าซือมิ่งอันดับหนึ่งมิอาจมีผู้ใดเทียบเคียงในต้าซย่า! ข้าจะบังอาจ… คิดเช่นนั้นได้อย่างไร”“โกหก” ต้าซือมิ่งยิ้มอย่างเยือกเย็น “สายตาแรกของเจ้าก็เชื่อมั่นว่าเป็นเช่นนั้นแล้ว”อินสวินอี้ “…”ต้าซือมิ่งท่านนี้มิได้หลอกง่ายเห