รอกมั้ง ข้าคิดว่าความจำของพ่อคุณทูนหัวดีออก!” อินหลิวเฟิงไม่คิดว่าความจำของเด็กน้อยไม่ดีแต่อย่างใด โดยเฉพาะในเรื่องความแค้น!“เช่นนั้นแล้วเขาเป็นศัตรูหรือเพื่อนกันแน่” เยี่ยนจื่อเสาไม่เข้าใจ“หรือว่าครั้งนี้เป็นเพราะเขาเคยรังแกเสี่ยวเป่าจึงรู้สึกผิด ก็เลยช่วยพวกเราไว้”“เป็นไปได้” อินหลิวเฟิงเห็นด้วยแต่เยี่ยนอวี๋ไม่คิดเช่นนั้นเลย ทว่านางก็มิได้พูดอะไร “ไม่ต้องสนใจเขา พวกเรากลับกันก่อนเถอะ เสี่ยวเป่าคงหิวแล้ว”“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าพยักหน้าทันที และยังรู้สึกอยากร้องไห้ด้วยเมื่อครู่นี้ก็เป็นเพราะเขาหิวมาก จึงทานเนื้อที่ยังคงร้อนชิ้นนั้นลงไปจากนั้นก็ถูกเนื้อชิ้นนั้นกัด เจ็บมากเลย!
เมื่อเห็นเด็กน้อยพยักหน้า พวกเขาก็กลับไปที่ห้องพักขนาดกลาง ที่นั่นยังมีข้าวต้มปลาที่ยังคงอุ่นอยู่ ถึงแม้จะทำแตกไปถ้วยหนึ่งแต่ที่เหลืออยู่ก็เพียงพอให้เด็กน้อยทานอิ่มท้องแล้ว…ในขณะเดียวกัน ในห้องพักขนาดใหญ่ อินสวินอี้ซับเหงื่อจนเปียกไปหลายผืนแล้ว เพราะว่าต้าซือมิ่งราชสำนักที่นั่งอยู่บนที่นั่งประธานนั้นปล่อยพลังงานบางอย่างออกมาอย่างน่าอึดอัด! และคงอยู่ในสภาพการณ์เช่นนี้มาเป็นเวลาหนึ่งก้านธูปแล้ว ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลย…ต้าซือมิ่งที่ไม่รู้ตัว เขายังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่เคลื่อนไหว ราวกับรูปปั้นงดงามที่ไร้ลมหายใจ…อินสวินอี้สังเกตสีหน้าของต้าซือมิ่งท่านนี้ครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบก้มศีรษะครุ่นคิดว่าเขาควรพูดต่อไปเพื่อแก้